ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
การขอรับการส่งเสริมการลงทุนคือการยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 เพื่อขอสิทธิประโยชน์ตามประเภทกิจการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ขอต้องระบุประเภทกิจการ แผนการลงทุน กรรมวิธีการผลิตหรือให้บริการ และชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการ เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์แต่ละประเภทกิจการต่างกัน ให้ตรวจสอบที่ boi.go.th ก่อนยื่น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต | สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) (boi.go.th) |
|---|---|
| กฎหมายหลัก | พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม |
| สาระของคำขอ | ประเภทกิจการตามบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริม แผนการลงทุน กรรมวิธีผลิต/บริการ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และแผนบุคลากร |
| ขั้นตอนหลังอนุมัติ | ตอบรับมติ ยื่นขอรับบัตรส่งเสริม แล้วปฏิบัติตามเงื่อนไขและรายงานผลตามที่ระบุในบัตรส่งเสริม |
| สิทธิด้านบุคลากรต่างชาติ | กิจการที่ได้รับส่งเสริมใช้ระบบ e-Expert / Single Window ของ BOI ในการขออนุมัติตำแหน่งช่างฝีมือและผู้ชำนาญการต่างชาติ ตามหลักเกณฑ์ที่ BOI ประกาศ |
| ค่าธรรมเนียม / ระยะเวลา | ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขทุนจดทะเบียน และระยะเวลาพิจารณาแตกต่างกันตามประเภทใบอนุญาตและแก้ไขได้โดยกฎกระทรวง/ประกาศ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนยื่นทุกครั้ง |
| เอกสารจากต่างประเทศ | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำให้เอกสารมหาชนต่างประเทศเป็นเอกสารที่ถูกต้อง (Apostille) โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารบริษัทของต่างชาติที่นำมาใช้ในไทยยังต้องผ่านการรับรองจาก Notary Public ต้นทางและสถานทูตไทยในประเทศนั้น |
| หน่วยงานผู้รับคำขอ | สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) |
| ช่องทางยื่น | ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน · ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน BOI ส่วนกลางหรือศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภูมิภาค · มอบอำนาจให้ที่ปรึกษาเป็นผู้ยื่นและชี้แจงแทน |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือรับรองนิติบุคคลและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด (กรณีจดทะเบียนแล้ว)
- แบบคำขอรับการส่งเสริมตามประเภทกิจการที่ BOI กำหนด
- แผนธุรกิจ แผนการลงทุน และประมาณการทางการเงิน
- ผังกรรมวิธีการผลิตหรือขั้นตอนการให้บริการโดยละเอียด
- เอกสารแสดงแหล่งเงินทุนและฐานะผู้ลงทุน
- เอกสารบริษัทแม่ในต่างประเทศ พร้อมรับรอง Notary Public และสถานทูตไทย และคำแปลภาษาไทย (ถ้ามี)
ขั้นตอนดำเนินการ
- ตรวจประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริม — เทียบกิจกรรมจริงของโครงการกับบัญชีประเภทกิจการที่คณะกรรมการประกาศให้การส่งเสริม และตรวจเงื่อนไขเฉพาะของประเภทนั้นที่ boi.go.th
- ยื่นคำขอและเอกสารประกอบ — กรอกคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ BOI แนบแผนการลงทุน กรรมวิธีผลิต โครงสร้างผู้ถือหุ้น และเอกสารนิติบุคคลให้ครบตามแบบ
- ชี้แจงโครงการ — เข้าชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อเจ้าหน้าที่หรือคณะอนุกรรมการตามที่นัดหมาย พร้อมเอกสารสนับสนุนเพิ่มเติมที่ถูกร้องขอ
- ตอบรับมติและขอรับบัตรส่งเสริม — เมื่อได้รับหนังสือแจ้งมติ ให้ตอบรับภายในกำหนด จดทะเบียนนิติบุคคลให้ครบเงื่อนไข แล้วยื่นขอรับบัตรส่งเสริมตามแบบที่ BOI กำหนด
- ปฏิบัติตามเงื่อนไขและรายงานผล — ดำเนินการตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม รายงานความคืบหน้าและผลการดำเนินงานตามรอบที่กำหนด เพื่อคงสิทธิประโยชน์
คำแนะนำก่อนยื่น
- เตรียมผังกรรมวิธีการผลิตหรือขั้นตอนบริการให้ละเอียดตั้งแต่ต้น เพราะเป็นหัวใจของการพิจารณาประเภทกิจการ
- หากยังไม่จดทะเบียนบริษัท สามารถยื่นคำขอในนามผู้ลงทุนก่อน แล้วจึงจดทะเบียนตามเงื่อนไขในหนังสือแจ้งมติ
- แยกกิจกรรมที่ขอส่งเสริมและไม่ขอส่งเสริมออกจากกันในบัญชี เพื่อความชัดเจนเมื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
- ตรวจวัตถุประสงค์ของบริษัทในหนังสือรับรองให้ครอบคลุมกิจกรรมที่จะขออนุญาต ก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง
- จัดชุดเอกสารเป็นสองชุดเสมอ — ต้นฉบับสำหรับยื่น และสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้องสำหรับเก็บอ้างอิง
- เอกสารบริษัทจากต่างประเทศต้องรับรอง Notary Public ต้นทางและสถานทูตไทยในประเทศนั้น พร้อมคำแปลภาษาไทย
ข้อควรระวัง / สาเหตุถูกตีกลับ
- ตอบรับมติล่าช้าเกินกำหนดในหนังสือแจ้งมติ อาจทำให้การอนุมัติสิ้นผล
- ประกอบกิจกรรมนอกขอบเขตที่ระบุในบัตรส่งเสริม ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับส่วนนั้น
- เริ่มประกอบกิจการก่อนได้รับใบอนุญาตมีความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะแต่ละฉบับ ต้องรอใบอนุญาตให้ออกก่อนเสมอ
- วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมกิจกรรมที่ขอ เป็นสาเหตุถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
- สัญญาเช่าหรือหลักฐานสิทธิใช้สถานที่ที่ระบุการใช้ประโยชน์ไม่ตรงกับประเภทกิจการ ทำให้คำขอไม่ผ่าน
- เอกสารต่างประเทศที่ไม่ผ่าน Notary Public และสถานทูตไทย หรือไม่มีคำแปลไทย จะไม่ถูกรับพิจารณา
คำถามที่พบบ่อย
- BOI กับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวต่างกันอย่างไร
- เป็นกฎหมายคนละฉบับและมีวัตถุประสงค์ต่างกัน การส่งเสริมการลงทุนของ BOI อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มุ่งให้สิทธิประโยชน์แก่กิจการตามประเภทที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ส่วนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งควบคุมการประกอบธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติโดยคนต่างด้าว กิจการหนึ่งอาจต้องพิจารณาทั้งสองเส้นทาง เงื่อนไขรายกรณีต้องตรวจสอบกับ boi.go.th และ dbd.go.th ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ได้รับส่งเสริมจาก BOI แล้วยังต้องขอใบอนุญาตเฉพาะทางอีกหรือไม่
- การได้รับส่งเสริมการลงทุนไม่ได้ยกเว้นการขออนุญาตตามกฎหมายเฉพาะของกิจการนั้น เช่น กิจการอาหารยังต้องดำเนินการกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (fda.moph.go.th) กิจการโรงงานยังต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (diw.go.th) และกิจการนำเที่ยวยังต้องขออนุญาตกับกรมการท่องเที่ยว (dot.go.th) จึงควรวางแผนขออนุญาตหลายฉบับควบคู่กันตั้งแต่ต้น ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI คืออะไร
- การขอรับการส่งเสริมการลงทุนคือการยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 เพื่อขอสิทธิประโยชน์ตามประเภทกิจการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ขอต้องระบุประเภทกิจการ แผนการลงทุน กรรมวิธีการผลิตหรือให้บริการ และชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการ เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์แต่ละประเภทกิจการต่างกัน ให้ตรวจสอบที่ boi.go.th ก่อนยื่น ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
- เอกสารหลักที่ต้องเตรียม: หนังสือรับรองนิติบุคคลและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด (กรณีจดทะเบียนแล้ว) · แบบคำขอรับการส่งเสริมตามประเภทกิจการที่ BOI กำหนด · แผนธุรกิจ แผนการลงทุน และประมาณการทางการเงิน · ผังกรรมวิธีการผลิตหรือขั้นตอนการให้บริการโดยละเอียด · เอกสารแสดงแหล่งเงินทุนและฐานะผู้ลงทุน · เอกสารบริษัทแม่ในต่างประเทศ พร้อมรับรอง Notary Public และสถานทูตไทย และคำแปลภาษาไทย (ถ้ามี) รายการเอกสารอาจเพิ่มเติมตามประเภทกิจการและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ควรขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)ก่อนยื่น อ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (boi.go.th) · พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีขั้นตอนอย่างไร
- มี 5 ขั้นตอนหลัก คือ 1) ตรวจประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริม — เทียบกิจกรรมจริงของโครงการกับบัญชีประเภทกิจการที่คณะกรรมการประกาศให้การส่งเสริม และตรวจเงื่อนไขเฉพาะของประเภทนั้นที่ boi.go.th 2) ยื่นคำขอและเอกสารประกอบ — กรอกคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ BOI แนบแผนการลงทุน กรรมวิธีผลิต โครงสร้างผู้ถือหุ้น และเอกสารนิติบุคคลให้ครบตามแบบ 3) ชี้แจงโครงการ — เข้าชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อเจ้าหน้าที่หรือคณะอนุกรรมการตามที่นัดหมาย พร้อมเอกสารสนับสนุนเพิ่มเติมที่ถูกร้องขอ 4) ตอบรับมติและขอรับบัตรส่งเสริม — เมื่อได้รับหนังสือแจ้งมติ ให้ตอบรับภายในกำหนด จดทะเบียนนิติบุคคลให้ครบเงื่อนไข แล้วยื่นขอรับบัตรส่งเสริมตามแบบที่ BOI กำหนด 5) ปฏิบัติตามเงื่อนไขและรายงานผล — ดำเนินการตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม รายงานความคืบหน้าและผลการดำเนินงานตามรอบที่กำหนด เพื่อคงสิทธิประโยชน์ ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ยื่นที่หน่วยงานไหน และยื่นทางไหนได้บ้าง
- หน่วยงานผู้รับคำขอคือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยื่นได้ทาง ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน · ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน BOI ส่วนกลางหรือศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภูมิภาค · มอบอำนาจให้ที่ปรึกษาเป็นผู้ยื่นและชี้แจงแทน ช่องทางและแบบฟอร์มปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนเดินทางไปยื่น อ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (boi.go.th) · พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ถูกตีกลับเพราะอะไรบ่อยที่สุด
- สาเหตุที่พบบ่อย: ตอบรับมติล่าช้าเกินกำหนดในหนังสือแจ้งมติ อาจทำให้การอนุมัติสิ้นผล · ประกอบกิจกรรมนอกขอบเขตที่ระบุในบัตรส่งเสริม ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับส่วนนั้น · เริ่มประกอบกิจการก่อนได้รับใบอนุญาตมีความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะแต่ละฉบับ ต้องรอใบอนุญาตให้ออกก่อนเสมอ · วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมกิจกรรมที่ขอ เป็นสาเหตุถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด · สัญญาเช่าหรือหลักฐานสิทธิใช้สถานที่ที่ระบุการใช้ประโยชน์ไม่ตรงกับประเภทกิจการ ทำให้คำขอไม่ผ่าน · เอกสารต่างประเทศที่ไม่ผ่าน Notary Public และสถานทูตไทย หรือไม่มีคำแปลไทย จะไม่ถูกรับพิจารณา ตรวจรายการเหล่านี้ก่อนยื่นทุกครั้งจะลดการเดินเรื่องซ้ำได้มาก ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ควรเตรียมตัวอย่างไรให้ผ่านรอบเดียว
- คำแนะนำก่อนยื่น: เตรียมผังกรรมวิธีการผลิตหรือขั้นตอนบริการให้ละเอียดตั้งแต่ต้น เพราะเป็นหัวใจของการพิจารณาประเภทกิจการ · หากยังไม่จดทะเบียนบริษัท สามารถยื่นคำขอในนามผู้ลงทุนก่อน แล้วจึงจดทะเบียนตามเงื่อนไขในหนังสือแจ้งมติ · แยกกิจกรรมที่ขอส่งเสริมและไม่ขอส่งเสริมออกจากกันในบัญชี เพื่อความชัดเจนเมื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี · ตรวจวัตถุประสงค์ของบริษัทในหนังสือรับรองให้ครอบคลุมกิจกรรมที่จะขออนุญาต ก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง · จัดชุดเอกสารเป็นสองชุดเสมอ — ต้นฉบับสำหรับยื่น และสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้องสำหรับเก็บอ้างอิง · เอกสารบริษัทจากต่างประเทศต้องรับรอง Notary Public ต้นทางและสถานทูตไทยในประเทศนั้น พร้อมคำแปลภาษาไทย อ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (boi.go.th) · พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
แหล่งอ้างอิงและข้อจำกัด
- อ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (boi.go.th) · พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขทุนจดทะเบียน และระยะเวลาพิจารณาแตกต่างกันตามประเภทใบอนุญาตและแก้ไขได้โดยกฎกระทรวง/ประกาศ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนยื่นทุกครั้ง
- ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์กรมการกงสุลเป็นอัตราราชการที่ประกาศไว้ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน 400 บาท) ตาม consular.mfa.go.th ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569
- ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำให้เอกสารมหาชนต่างประเทศเป็นเอกสารที่ถูกต้อง (Apostille) โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารบริษัทของต่างชาติที่นำมาใช้ในไทยยังต้องผ่านการรับรองจาก Notary Public ต้นทางและสถานทูตไทยในประเทศนั้น
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทาง โทรศัพท์ / LINE / อีเมล






