ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 โดยยื่นต่อนายทะเบียน กรมการท่องเที่ยว ใบอนุญาตแบ่งตามประเภทตลาดที่ให้บริการ ผู้ยื่นต้องวางหลักประกันตามประเภทใบอนุญาต มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่ง และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ตรวจสอบประเภทและหลักเกณฑ์ล่าสุดที่ dot.go.th ก่อนยื่น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต | กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (dot.go.th) |
|---|---|
| กฎหมายหลัก | พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม |
| ประเภทใบอนุญาต | แบ่งตามขอบเขตตลาด เช่น เฉพาะพื้นที่ ในประเทศ นำเที่ยวจากต่างประเทศ และทั่วไป — อัตราหลักประกันต่างกันตามประเภท ตรวจสอบกับกรมการท่องเที่ยว |
| หลักประกัน | ต้องวางหลักประกันตามประเภทใบอนุญาตในรูปแบบที่นายทะเบียนกำหนด จำนวนกำหนดโดยกฎกระทรวงและปรับปรุงได้ ตรวจสอบก่อนยื่น |
| มัคคุเทศก์ | การเป็นมัคคุเทศก์ต้องมีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ของบุคคลแยกต่างหากจากใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว |
| ค่าธรรมเนียม / ระยะเวลา | ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขทุนจดทะเบียน และระยะเวลาพิจารณาแตกต่างกันตามประเภทใบอนุญาตและแก้ไขได้โดยกฎกระทรวง/ประกาศ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนยื่นทุกครั้ง |
| เอกสารจากต่างประเทศ | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำให้เอกสารมหาชนต่างประเทศเป็นเอกสารที่ถูกต้อง (Apostille) โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารบริษัทของต่างชาติที่นำมาใช้ในไทยยังต้องผ่านการรับรองจาก Notary Public ต้นทางและสถานทูตไทยในประเทศนั้น |
| หน่วยงานผู้รับคำขอ | กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา |
| ช่องทางยื่น | ยื่นที่กองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว · ยื่นที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาในภูมิภาค · ระบบออนไลน์ตามที่กรมการท่องเที่ยวประกาศรองรับ |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- แบบคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
- หนังสือรับรองนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
- เอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ตั้งสำนักงาน เช่น สัญญาเช่าหรือโฉนด พร้อมแผนที่และภาพถ่ายสำนักงาน
- หลักฐานการวางหลักประกันตามประเภทใบอนุญาต
- เอกสารแสดงตนของกรรมการผู้มีอำนาจและผู้จัดการ
- หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้แทนยื่นแทน
ขั้นตอนดำเนินการ
- เลือกประเภทใบอนุญาตให้ตรงกับตลาด — กำหนดว่าจะให้บริการนักท่องเที่ยวในประเทศ นำเที่ยวจากต่างประเทศ หรือทั่วไป เพราะประเภทใบอนุญาตกำหนดหลักประกันและขอบเขตการให้บริการ
- เตรียมนิติบุคคลและสถานประกอบการ — จดทะเบียนนิติบุคคลให้มีวัตถุประสงค์ธุรกิจนำเที่ยว จัดสำนักงานที่เป็นหลักแหล่งพร้อมป้ายและหลักฐานสิทธิใช้สถานที่
- วางหลักประกันและยื่นคำขอ — วางหลักประกันตามรูปแบบและจำนวนที่นายทะเบียนกำหนด แล้วยื่นคำขอพร้อมเอกสารต่อกรมการท่องเที่ยวหรือสำนักงานสาขา
- ตรวจสถานประกอบการและรับใบอนุญาต — เจ้าหน้าที่อาจตรวจสถานที่จริง เมื่อผ่านการพิจารณาจึงออกใบอนุญาตและเลขทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวให้แสดง ณ สำนักงาน
- รักษาสถานะและต่ออายุ — แสดงเลขทะเบียนในสื่อโฆษณา รักษาหลักประกันให้ครบตลอดเวลา และต่ออายุใบอนุญาตตามกำหนดของนายทะเบียน
คำแนะนำก่อนยื่น
- จองชื่อและวัตถุประสงค์บริษัทให้ระบุธุรกิจนำเที่ยวชัดเจนตั้งแต่จดทะเบียน จะไม่ต้องแก้ไขวัตถุประสงค์ภายหลัง
- ถ่ายภาพสำนักงานให้เห็นป้ายชื่อ เลขที่ และพื้นที่ทำงานจริง เพราะเป็นเอกสารประกอบที่เจ้าหน้าที่ตรวจ
- แยกใบอนุญาตธุรกิจกับใบอนุญาตมัคคุเทศก์ให้ชัด อย่าเข้าใจว่าใบเดียวครอบคลุมทั้งสองเรื่อง
- ตรวจวัตถุประสงค์ของบริษัทในหนังสือรับรองให้ครอบคลุมกิจกรรมที่จะขออนุญาต ก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง
- จัดชุดเอกสารเป็นสองชุดเสมอ — ต้นฉบับสำหรับยื่น และสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้องสำหรับเก็บอ้างอิง
- เอกสารบริษัทจากต่างประเทศต้องรับรอง Notary Public ต้นทางและสถานทูตไทยในประเทศนั้น พร้อมคำแปลภาษาไทย
ข้อควรระวัง / สาเหตุถูกตีกลับ
- โฆษณาขายทัวร์ก่อนได้รับใบอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551
- ใช้มัคคุเทศก์ที่ไม่มีใบอนุญาตนำเที่ยวให้ลูกค้า เป็นเหตุให้ถูกดำเนินการทั้งผู้ประกอบการและบุคคลนั้น
- เริ่มประกอบกิจการก่อนได้รับใบอนุญาตมีความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะแต่ละฉบับ ต้องรอใบอนุญาตให้ออกก่อนเสมอ
- วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมกิจกรรมที่ขอ เป็นสาเหตุถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
- สัญญาเช่าหรือหลักฐานสิทธิใช้สถานที่ที่ระบุการใช้ประโยชน์ไม่ตรงกับประเภทกิจการ ทำให้คำขอไม่ผ่าน
- เอกสารต่างประเทศที่ไม่ผ่าน Notary Public และสถานทูตไทย หรือไม่มีคำแปลไทย จะไม่ถูกรับพิจารณา
คำถามที่พบบ่อย
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ คืออะไร
- ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทยต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 โดยยื่นต่อนายทะเบียน กรมการท่องเที่ยว ใบอนุญาตแบ่งตามประเภทตลาดที่ให้บริการ ผู้ยื่นต้องวางหลักประกันตามประเภทใบอนุญาต มีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่ง และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ตรวจสอบประเภทและหลักเกณฑ์ล่าสุดที่ dot.go.th ก่อนยื่น ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
- เอกสารหลักที่ต้องเตรียม: แบบคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว · หนังสือรับรองนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น · เอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ตั้งสำนักงาน เช่น สัญญาเช่าหรือโฉนด พร้อมแผนที่และภาพถ่ายสำนักงาน · หลักฐานการวางหลักประกันตามประเภทใบอนุญาต · เอกสารแสดงตนของกรรมการผู้มีอำนาจและผู้จัดการ · หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้แทนยื่นแทน รายการเอกสารอาจเพิ่มเติมตามประเภทกิจการและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ควรขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก่อนยื่น อ้างอิง: กรมการท่องเที่ยว (dot.go.th) · พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ มีขั้นตอนอย่างไร
- มี 5 ขั้นตอนหลัก คือ 1) เลือกประเภทใบอนุญาตให้ตรงกับตลาด — กำหนดว่าจะให้บริการนักท่องเที่ยวในประเทศ นำเที่ยวจากต่างประเทศ หรือทั่วไป เพราะประเภทใบอนุญาตกำหนดหลักประกันและขอบเขตการให้บริการ 2) เตรียมนิติบุคคลและสถานประกอบการ — จดทะเบียนนิติบุคคลให้มีวัตถุประสงค์ธุรกิจนำเที่ยว จัดสำนักงานที่เป็นหลักแหล่งพร้อมป้ายและหลักฐานสิทธิใช้สถานที่ 3) วางหลักประกันและยื่นคำขอ — วางหลักประกันตามรูปแบบและจำนวนที่นายทะเบียนกำหนด แล้วยื่นคำขอพร้อมเอกสารต่อกรมการท่องเที่ยวหรือสำนักงานสาขา 4) ตรวจสถานประกอบการและรับใบอนุญาต — เจ้าหน้าที่อาจตรวจสถานที่จริง เมื่อผ่านการพิจารณาจึงออกใบอนุญาตและเลขทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวให้แสดง ณ สำนักงาน 5) รักษาสถานะและต่ออายุ — แสดงเลขทะเบียนในสื่อโฆษณา รักษาหลักประกันให้ครบตลอดเวลา และต่ออายุใบอนุญาตตามกำหนดของนายทะเบียน ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ยื่นที่หน่วยงานไหน และยื่นทางไหนได้บ้าง
- หน่วยงานผู้รับคำขอคือ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยื่นได้ทาง ยื่นที่กองทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว · ยื่นที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาในภูมิภาค · ระบบออนไลน์ตามที่กรมการท่องเที่ยวประกาศรองรับ ช่องทางและแบบฟอร์มปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนเดินทางไปยื่น อ้างอิง: กรมการท่องเที่ยว (dot.go.th) · พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ถูกตีกลับเพราะอะไรบ่อยที่สุด
- สาเหตุที่พบบ่อย: โฆษณาขายทัวร์ก่อนได้รับใบอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 · ใช้มัคคุเทศก์ที่ไม่มีใบอนุญาตนำเที่ยวให้ลูกค้า เป็นเหตุให้ถูกดำเนินการทั้งผู้ประกอบการและบุคคลนั้น · เริ่มประกอบกิจการก่อนได้รับใบอนุญาตมีความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะแต่ละฉบับ ต้องรอใบอนุญาตให้ออกก่อนเสมอ · วัตถุประสงค์บริษัทไม่ครอบคลุมกิจกรรมที่ขอ เป็นสาเหตุถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด · สัญญาเช่าหรือหลักฐานสิทธิใช้สถานที่ที่ระบุการใช้ประโยชน์ไม่ตรงกับประเภทกิจการ ทำให้คำขอไม่ผ่าน · เอกสารต่างประเทศที่ไม่ผ่าน Notary Public และสถานทูตไทย หรือไม่มีคำแปลไทย จะไม่ถูกรับพิจารณา ตรวจรายการเหล่านี้ก่อนยื่นทุกครั้งจะลดการเดินเรื่องซ้ำได้มาก ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ควรเตรียมตัวอย่างไรให้ผ่านรอบเดียว
- คำแนะนำก่อนยื่น: จองชื่อและวัตถุประสงค์บริษัทให้ระบุธุรกิจนำเที่ยวชัดเจนตั้งแต่จดทะเบียน จะไม่ต้องแก้ไขวัตถุประสงค์ภายหลัง · ถ่ายภาพสำนักงานให้เห็นป้ายชื่อ เลขที่ และพื้นที่ทำงานจริง เพราะเป็นเอกสารประกอบที่เจ้าหน้าที่ตรวจ · แยกใบอนุญาตธุรกิจกับใบอนุญาตมัคคุเทศก์ให้ชัด อย่าเข้าใจว่าใบเดียวครอบคลุมทั้งสองเรื่อง · ตรวจวัตถุประสงค์ของบริษัทในหนังสือรับรองให้ครอบคลุมกิจกรรมที่จะขออนุญาต ก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง · จัดชุดเอกสารเป็นสองชุดเสมอ — ต้นฉบับสำหรับยื่น และสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้องสำหรับเก็บอ้างอิง · เอกสารบริษัทจากต่างประเทศต้องรับรอง Notary Public ต้นทางและสถานทูตไทยในประเทศนั้น พร้อมคำแปลภาษาไทย อ้างอิง: กรมการท่องเที่ยว (dot.go.th) · พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรณีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติต้องเตรียมอะไรเพิ่ม
- นอกจากเอกสารตามปกติ มักต้องเตรียมหนังสือเดินทางของกรรมการชาวต่างชาติ เอกสารบริษัทแม่จากต่างประเทศที่ผ่าน Notary Public ต้นทางและการรับรองของสถานทูตไทยในประเทศนั้น พร้อมคำแปลภาษาไทย และต้องพิจารณาว่ากิจการอยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ ซึ่งอาจต้องขออนุญาตกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) ควบคู่ไปด้วย ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ — หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต เป็นอย่างไร
- กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (dot.go.th) ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
แหล่งอ้างอิงและข้อจำกัด
- อ้างอิง: กรมการท่องเที่ยว (dot.go.th) · พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขทุนจดทะเบียน และระยะเวลาพิจารณาแตกต่างกันตามประเภทใบอนุญาตและแก้ไขได้โดยกฎกระทรวง/ประกาศ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนยื่นทุกครั้ง
- ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์กรมการกงสุลเป็นอัตราราชการที่ประกาศไว้ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน 400 บาท) ตาม consular.mfa.go.th ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569
- ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำให้เอกสารมหาชนต่างประเทศเป็นเอกสารที่ถูกต้อง (Apostille) โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารบริษัทของต่างชาติที่นำมาใช้ในไทยยังต้องผ่านการรับรองจาก Notary Public ต้นทางและสถานทูตไทยในประเทศนั้น
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทาง โทรศัพท์ / LINE / อีเมล






