NAATI กับนักแปลขึ้นทะเบียนศาล/สภาทนายความ ต่างกันอย่างไร

NAATI เป็นระบบรับรองนักแปลของประเทศออสเตรเลีย ใช้เมื่อยื่นเอกสารต่อหน่วยงานในออสเตรเลีย ส่วนนักแปลที่กรมการกงสุลและศาลไทยยอมรับ ใช้เมื่อเอกสารต้องผ่านการรับรองในประเทศไทย หรือใช้ในกระบวนการพิจารณาคดี ทั้งสองระบบไม่แทนกัน การเลือกผิดประเภททำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด หลักตัดสินใจคือ "ใครเป็นผู้รับเอกสารฉบับสุดท้าย" ไม่ใช่ "ภาษาอะไร"
1. ทำไมการเลือกผู้แปลจึงเป็นเรื่องของหน่วยงานปลายทาง
คำแปลเอกสารราชการไม่ได้ถูกตัดสินด้วยความสวยงามของภาษา แต่ถูกตัดสินด้วยการที่หน่วยงานปลายทาง ตรวจได้ว่า "ใครแปล" และ "ตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่" ระบบรับรองแต่ละประเทศจึงออกแบบให้มีร่องรอย ที่เจ้าหน้าที่ตรวจได้ทันที เช่น หมายเลขผู้ปฏิบัติงานของ NAATI หรือรูปแบบคำรับรองผู้แปล ตามที่กรมการกงสุลกำหนด เมื่อร่องรอยนั้นไม่ตรงกับที่หน่วยงานคุ้นเคย เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธไว้ก่อน
2. ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | NAATI | นักแปลที่ไทยยอมรับ |
|---|---|---|
| ผู้กำหนดมาตรฐาน | NAATI ประเทศออสเตรเลีย | หลักเกณฑ์ของกรมการกงสุล และการยอมรับของศาล/หน่วยงานไทย |
| หลักฐานบนคำแปล | ตราประทับ หมายเลขผู้ปฏิบัติงาน วันหมดอายุการรับรอง | คำรับรองผู้แปล ลายมือชื่อ และข้อมูลผู้แปลตามแบบที่กำหนด |
| ใช้กับหน่วยงานใด | หน่วยงานราชการและสถาบันในออสเตรเลีย รวมถึงงานตรวจคนเข้าเมือง | กรมการกงสุล สถานทูตในไทย ศาล และหน่วยงานราชการไทย |
| การรับรองต่อยอด | โดยทั่วไปไม่ต้องผ่านนิติกรณ์ไทย หากปลายทางรับคำแปล NAATI | มักต่อด้วยนิติกรณ์กรมการกงสุล และรับรองสถานทูตตามประเทศปลายทาง |
| อายุการรับรอง | การรับรองผู้แปลมีกำหนดต่ออายุ ต้องตรวจว่ายังไม่หมดอายุในวันที่ออกคำแปล | ไม่ผูกกับวันหมดอายุของผู้แปล แต่ผูกกับความถูกต้องของรูปแบบคำแปล |
แหล่งอ้างอิง: NAATI · กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
3. เลือกอย่างไรใน 4 สถานการณ์ที่พบบ่อย
- ยื่นวีซ่าหรือขอรับรองคุณวุฒิในออสเตรเลีย ใช้คำแปล NAATI ที่ยังไม่หมดอายุ ตรวจว่าตราประทับปรากฏบนทุกหน้า และการสะกดชื่อตรงกับหนังสือเดินทาง
- เอกสารไทยไปใช้ในประเทศที่ไม่ใช่ออสเตรเลีย ใช้คำแปลตามรูปแบบที่กรมการกงสุลรับ แล้วยื่นนิติกรณ์ ต่อด้วยสถานทูตปลายทางถ้าจำเป็น
- เอกสารต่างประเทศใช้ในไทย ต้องมีคำแปลภาษาไทย และมักต้องผ่านการรับรองตามช่องทางที่หน่วยงานไทยกำหนด หน่วยงานที่ต่างกันเช่นสำนักงานเขต ศาล หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อาจกำหนดรูปแบบไม่เหมือนกัน
- เอกสารประกอบคดีในศาลไทย ต้องใช้คำแปลที่ศาลยอมรับ และหลายกรณีต้องมีล่ามในวันพิจารณา ควรเตรียมคำแปลให้ครบทั้งชุดเอกสารที่จะอ้างอิง ไม่ใช่เฉพาะฉบับสำคัญ
4. รายละเอียดที่มักถูกมองข้าม
- ความสม่ำเสมอของชื่อ ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ และชื่อหน่วยงาน ต้องสะกดเหมือนกันทุกฉบับในชุดเดียวกัน หากเคยยื่นเอกสารกับหน่วยงานนั้นมาก่อน ให้ยึดการสะกดเดิมเพื่อไม่ให้ระบบมองว่าเป็นคนละคน
- ตัวเลขและวันที่ ปีพุทธศักราชกับคริสต์ศักราช เป็นจุดผิดพลาดที่พบมาก คำแปลควรระบุให้ชัดว่าอ้างปีปฏิทินใด
- ตราประทับและข้อความบนตรา ต้องถอดข้อความบนตราด้วย ไม่ใช่เขียนว่า "ตราประทับ" เพียงคำเดียว
- หน้าที่ว่างและหน้าหลัง เอกสารบางฉบับมีข้อความด้านหลัง หากไม่แปลจะถูกถือว่าคำแปลไม่ครบ
- ความชัดของไฟล์ต้นฉบับ สแกนความละเอียดต่ำทำให้ผู้แปลอ่านเลขที่เอกสารผิด และนำไปสู่การตีกลับ
5. ลำดับการทำงานที่เราใช้กับเคสสองระบบ
บางเคสต้องใช้ทั้งสองระบบ เช่น คู่สมรสชาวออสเตรเลียที่จดทะเบียนสมรสในไทย แล้วต้องยื่นเอกสารทั้งกับหน่วยงานไทยและหน่วยงานออสเตรเลีย เราจะแยกสายงานตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้คำแปลชุดหนึ่งไปทำให้อีกชุดเสียเวลา
- ตรวจรายการเอกสารและระบุว่าฉบับใดต้องยื่นที่ใด
- คัดเอกสารต้นทางใหม่ให้อยู่ในกรอบเวลาที่ปลายทางกำหนด
- จัดคำแปลสองสาย คือสายกรมการกงสุล และสาย NAATI ตามหน่วยงานผู้รับ
- ยื่นนิติกรณ์และรับรองสถานทูตเฉพาะสายที่จำเป็น
- ส่งมอบพร้อมบัญชีรายการเอกสาร เพื่อให้ตรวจนับได้ตอนยื่น
6. เราช่วยอะไรได้
ทีมงานของเรามีทั้งทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร และเครือข่ายนักแปลสำหรับทั้งสองระบบ เราให้คำปรึกษาก่อนเริ่มงานทุกเคส ตรวจเอกสารก่อนยื่น และแจ้งความเสี่ยงที่จะถูกตีกลับล่วงหน้า ดูรายละเอียดที่ บริการทั้งหมด · คำถามที่พบบ่อย · ติดต่อเรา หรือโทร 094-895-8999
คำถามที่พบบ่อย
NAATI คืออะไร
NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters) คือองค์กรรับรองมาตรฐานนักแปลและล่ามของประเทศออสเตรเลีย นักแปลที่ได้รับการรับรองจะมีหมายเลขผู้ปฏิบัติงานและตราประทับที่ระบุวันหมดอายุการรับรอง หน่วยงานราชการออสเตรเลียส่วนใหญ่กำหนดให้ใช้คำแปลจากผู้ได้รับการรับรองนี้
คำแปล NAATI ใช้ยื่นกรมการกงสุลไทยได้หรือไม่
การรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลพิจารณาตามหลักเกณฑ์และรูปแบบคำแปลที่กรมการกงสุลกำหนด ซึ่งเป็นระบบแยกจากการรับรองของ NAATI ดังนั้นเอกสารที่จะยื่นนิติกรณ์ในไทยควรใช้คำแปลตามรูปแบบที่กรมการกงสุลรับ ส่วนคำแปล NAATI ใช้สำหรับยื่นหน่วยงานในออสเตรเลีย
ยื่นวีซ่าออสเตรเลียต้องใช้นักแปลแบบไหน
สำหรับเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานในออสเตรเลีย แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือคำแปลจากนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI ที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมตราประทับ หมายเลขผู้ปฏิบัติงาน และคำรับรองผู้แปล หากเอกสารต้องผ่านการรับรองในไทยด้วย ควรทำสองชั้นตามที่แต่ละหน่วยงานกำหนด
นักแปลขึ้นทะเบียนศาลคืออะไร
คือผู้แปลที่ศาลยอมรับให้จัดทำคำแปลหรือทำหน้าที่ล่ามในกระบวนการพิจารณาคดี เอกสารประกอบคดีที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยที่ศาลรับ ซึ่งเป็นเงื่อนไขคนละชุดกับการรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ
ถ้าใช้ผู้แปลผิดประเภทจะเกิดอะไรขึ้น
หน่วยงานปลายทางจะปฏิเสธคำแปลและต้องแปลใหม่ทั้งชุด ซึ่งมักกระทบกำหนดยื่นเอกสาร กรณีที่พบบ่อยคือใช้คำแปลทั่วไปยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย หรือใช้คำแปลที่ไม่ตรงรูปแบบของกรมการกงสุลยื่นนิติกรณ์
ต้องแปลเอกสารกี่ชุด
ขึ้นกับจำนวนหน่วยงานที่ต้องยื่นและว่าหน่วยงานใดเก็บต้นฉบับคำแปลไว้ โดยทั่วไปควรจัดทำเผื่ออย่างน้อยหนึ่งชุดสำรอง เพราะหน่วยงานหลายแห่งไม่คืนชุดที่ยื่น
ตรวจทานเนื้อหาโดยทีมทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารของสำนักงาน · ตรวจทานล่าสุด 10 สิงหาคม 2569 · เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี






