แปลและรับรองใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ต่างประเทศ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพที่จะใช้ต่างประเทศ ต้องแปลให้ครบทุกบรรทัดรวมตราประทับและลายมือชื่อ รับรองคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนนำไปรับรองที่สถานทูตประเทศปลายทางในไทย ลำดับขั้นตอนสลับไม่ได้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| หน่วยงานผู้รับ | กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมราชการ | ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์กรมการกงสุลเป็นอัตราราชการที่ประกาศไว้ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน 400 บาท) ตาม consular.mfa.go.th ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 |
| ลำดับขั้นตอน | สภาวิชาชีพออกเอกสาร → แปล/รับรองคำแปล → นิติกรณ์กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง |
| ระยะเวลา | ขึ้นกับคิวของกรมการกงสุลและสถานทูตแต่ละแห่ง ตรวจสอบก่อนวางแผนเดินทาง |
| Apostille | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำให้เอกสารมหาชนต่างประเทศเป็นเอกสารที่ถูกต้อง (Apostille) โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าวเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและการรับรองของสถานทูตประเทศปลายทาง |
| หน่วยงานผู้รับ | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางในไทย |
| ช่องทางยื่น | กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) · สำนักงานหนังสือเดินทางที่ให้บริการนิติกรณ์ตามที่กรมการกงสุลประกาศ · สถานทูต/สถานกงสุลประเทศปลายทางในประเทศไทย |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพฉบับจริง
- คำแปลภาษาที่ปลายทางกำหนด ครบทุกบรรทัดรวมหัวกระดาษและตราประทับ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
- หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้แทนยื่นแทน
- แบบฟอร์มและการนัดหมายของสถานทูตปลายทาง
ขั้นตอนดำเนินการ
- ตรวจความครบถ้วนของต้นฉบับ — ตรวจว่าใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ ตราประทับและลายมือชื่อชัดเจน และมีหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพครบตามที่ปลายทางขอ
- แปลและรับรองคำแปล — แปลครบทุกบรรทัดโดยไม่ตัดข้อความ แล้วรับรองคำแปลตามรูปแบบที่ปลายทางรับ
- ยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล — เลือกแบบธรรมดาหรือแบบด่วนตามกำหนดเวลาที่ต้องใช้ ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราราชการที่ประกาศไว้
- รับรองที่สถานทูตปลายทาง — ยื่นตามระเบียบและคิวของสถานทูตประเทศปลายทาง แล้วตรวจความถูกต้องของทุกตราประทับก่อนส่งออกนอกประเทศ
คำแนะนำก่อนยื่น
- ทำสำเนาสีของชุดที่รับรองครบแล้วเก็บไว้ ใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางสอบถามภายหลัง
- วางแผนเผื่อวันหยุดราชการของไทยและวันหยุดของสถานทูตปลายทาง
- ขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่ม แล้วไล่เช็กทีละบรรทัดก่อนยื่นสภาวิชาชีพ
- ตรวจการสะกดชื่อ-นามสกุลบนใบอนุญาต หนังสือเดินทาง และคำแปล ให้ตรงกันทุกตัวอักษร รวมทั้งชื่อกลางและเครื่องหมาย
- ถ้าปลายทางต้องการให้สภาวิชาชีพส่งเอกสารตรงถึงหน่วยงาน (direct verification) ต้องแจ้งที่อยู่ผู้รับและแบบฟอร์มของปลายทางตั้งแต่วันยื่น
ข้อควรระวัง / สาเหตุถูกตีกลับ
- ยื่นสถานทูตก่อนผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล เป็นสาเหตุถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด — ลำดับต้องเป็นสภาวิชาชีพ → แปล → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง
- หนังสือรับรองที่ออกนานเกินอายุที่หน่วยงานปลายทางรับ ต้องขอออกใหม่ทั้งชุด
- คำแปลที่ตัดข้อความบางส่วน เช่น หัวกระดาษ ตราประทับ หรือลายมือชื่อ ทำให้เอกสารทั้งชุดใช้ไม่ได้
- ใบอนุญาตที่หมดอายุหรืออยู่ระหว่างต่ออายุ อาจทำให้สภาวิชาชีพยังไม่ออกหนังสือรับรองสถานะให้
- อย่าอ้างว่าเอกสารไทยใช้ Apostille ได้ในขณะนี้ เพราะอนุสัญญาจะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
คำถามที่พบบ่อย
- เอกสารสภาวิชาชีพที่จะใช้ต่างประเทศต้องทำตามลำดับใด
- ลำดับมาตรฐานคือ สภาวิชาชีพออกเอกสาร → แปลและรับรองคำแปลตามภาษาที่ปลายทางกำหนด → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในประเทศไทย สลับลำดับไม่ได้ เพราะสถานทูตส่วนใหญ่รับรองเฉพาะเอกสารที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลมาแล้ว ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์กรมการกงสุลเป็นอัตราราชการที่ประกาศไว้ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน 400 บาท) ตาม consular.mfa.go.th ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง
- ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำให้เอกสารมหาชนต่างประเทศเป็นเอกสารที่ถูกต้อง (Apostille) โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าวเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและการรับรองของสถานทูตประเทศปลายทาง ดังนั้นในขณะนี้เอกสารสภาวิชาชีพที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและการรับรองของสถานทูตประเทศปลายทางตามเดิม อ้างอิงสถานะภาคีจาก HCCH (hcch.net) ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- การแปลเอกสารสภาวิชาชีพต้องแปลอะไรบ้าง
- ต้องแปลครบทุกบรรทัดของเอกสาร รวมหัวกระดาษ เลขที่หนังสือ ตราประทับ ข้อความในตรา ลายมือชื่อและตำแหน่งผู้ลงนาม รวมถึงข้อความท้ายเอกสาร การตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกเป็นสาเหตุให้ถูกตีกลับจากกรมการกงสุลหรือสถานทูตปลายทาง คำแปลต้องสะกดชื่อบุคคลตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- แปลและรับรองใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ต่างประเทศ ทำอย่างไร
- ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพที่จะใช้ต่างประเทศ ต้องแปลให้ครบทุกบรรทัดรวมตราประทับและลายมือชื่อ รับรองคำแปล แล้วยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนนำไปรับรองที่สถานทูตประเทศปลายทางในไทย ลำดับขั้นตอนสลับไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางในไทย ช่องทางยื่น: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) · สำนักงานหนังสือเดินทางที่ให้บริการนิติกรณ์ตามที่กรมการกงสุลประกาศ · สถานทูต/สถานกงสุลประเทศปลายทางในประเทศไทย ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- แปลและรับรองใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ต่างประเทศ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
- เอกสารที่ใช้โดยทั่วไป: ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพฉบับจริง · คำแปลภาษาที่ปลายทางกำหนด ครบทุกบรรทัดรวมหัวกระดาษและตราประทับ · สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร · หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้แทนยื่นแทน · แบบฟอร์มและการนัดหมายของสถานทูตปลายทาง รายการอาจต่างกันตามระเบียบของหน่วยงานผู้รับ จึงควรขอรายการเป็นลายลักษณ์อักษรจากปลายทางก่อนยื่น ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- แปลและรับรองใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ต่างประเทศ มีขั้นตอนกี่ขั้นตอน
- มี 4 ขั้นตอนหลัก คือ 1) ตรวจความครบถ้วนของต้นฉบับ — ตรวจว่าใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ ตราประทับและลายมือชื่อชัดเจน และมีหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพครบตามที่ปลายทางขอ 2) แปลและรับรองคำแปล — แปลครบทุกบรรทัดโดยไม่ตัดข้อความ แล้วรับรองคำแปลตามรูปแบบที่ปลายทางรับ 3) ยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล — เลือกแบบธรรมดาหรือแบบด่วนตามกำหนดเวลาที่ต้องใช้ ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราราชการที่ประกาศไว้ 4) รับรองที่สถานทูตปลายทาง — ยื่นตามระเบียบและคิวของสถานทูตประเทศปลายทาง แล้วตรวจความถูกต้องของทุกตราประทับก่อนส่งออกนอกประเทศ ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- แปลและรับรองใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ต่างประเทศ ถูกตีกลับเพราะอะไรบ่อยที่สุด
- สาเหตุที่พบบ่อย: ยื่นสถานทูตก่อนผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล เป็นสาเหตุถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด — ลำดับต้องเป็นสภาวิชาชีพ → แปล → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง · หนังสือรับรองที่ออกนานเกินอายุที่หน่วยงานปลายทางรับ ต้องขอออกใหม่ทั้งชุด · คำแปลที่ตัดข้อความบางส่วน เช่น หัวกระดาษ ตราประทับ หรือลายมือชื่อ ทำให้เอกสารทั้งชุดใช้ไม่ได้ · ใบอนุญาตที่หมดอายุหรืออยู่ระหว่างต่ออายุ อาจทำให้สภาวิชาชีพยังไม่ออกหนังสือรับรองสถานะให้ · อย่าอ้างว่าเอกสารไทยใช้ Apostille ได้ในขณะนี้ เพราะอนุสัญญาจะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตรวจรายการเหล่านี้ก่อนยื่นทุกครั้งจะลดการเดินเรื่องซ้ำได้มาก ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
- แปลและรับรองใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อใช้ต่างประเทศ ควรเตรียมตัวอย่างไรให้ผ่านรอบเดียว
- คำแนะนำก่อนยื่น: ทำสำเนาสีของชุดที่รับรองครบแล้วเก็บไว้ ใช้อ้างอิงเมื่อปลายทางสอบถามภายหลัง · วางแผนเผื่อวันหยุดราชการของไทยและวันหยุดของสถานทูตปลายทาง · ขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่ม แล้วไล่เช็กทีละบรรทัดก่อนยื่นสภาวิชาชีพ · ตรวจการสะกดชื่อ-นามสกุลบนใบอนุญาต หนังสือเดินทาง และคำแปล ให้ตรงกันทุกตัวอักษร รวมทั้งชื่อกลางและเครื่องหมาย · ถ้าปลายทางต้องการให้สภาวิชาชีพส่งเอกสารตรงถึงหน่วยงาน (direct verification) ต้องแจ้งที่อยู่ผู้รับและแบบฟอร์มของปลายทางตั้งแต่วันยื่น อ้างอิง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) · HCCH — สถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ของประเทศไทย มีผล 28 กุมภาพันธ์ 2570 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
แหล่งอ้างอิงและข้อจำกัด
- อ้างอิง: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) · HCCH — สถานะภาคีอนุสัญญา Apostille ของประเทศไทย มีผล 28 กุมภาพันธ์ 2570
- ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์กรมการกงสุลเป็นอัตราราชการที่ประกาศไว้ 200 บาทต่อตราประทับ (แบบด่วน 400 บาท) ตาม consular.mfa.go.th ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569
- ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกการเรียกร้องให้ทำให้เอกสารมหาชนต่างประเทศเป็นเอกสารที่ถูกต้อง (Apostille) โดยจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าวเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและการรับรองของสถานทูตประเทศปลายทาง
- ระยะเวลาและค่าธรรมเนียมของแต่ละสภาวิชาชีพเปลี่ยนแปลงได้ กรุณายืนยันกับหน่วยงานผู้ออกเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · ค่าบริการแจ้งเป็นรายเคส สอบถามทาง โทรศัพท์ / LINE / อีเมล






