เรื่องเรื่องที่มีคู่กรณีหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ ต้องแปลเอกสารหรือไม่ และคำแปลแบบไหนที่ผู้รับยอมรับ
ต้องแปลเมื่อเอกสารไม่ได้อยู่ในภาษาที่ผู้รับใช้งาน สิ่งที่ต้องถามศาลหรือหน่วยงานที่มีเขตอำนาจในเรื่องนั้นคือรับคำแปลจากใคร ต้องมีคำรับรองผู้แปลหรือไม่ ต้องผ่านหน่วยงานใดต่อ และต้องแปลทั้งฉบับหรือเฉพาะบางส่วน คำถามเรื่องคำแปลของเรื่องที่มีคู่กรณีหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศต้องแยกให้ชัดสี่ข้อ ข้อแรกคือภาษาปลายทางที่ผู้รับใช้ ข้อสองคือผู้แปลที่ยอมรับได้ บางแห่งรับเฉพาะผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนหรือผู้แปลที่สถานทูตยอมรับ ข้อสามคือรูปแบบการรับรองคำแปล ซึ่งอาจต้องมีคำรับรองผู้แปล ลายมือชื่อ และการรับรองต่อโดยหน่วยงานที่กำหนด ข้อสี่คือขอบเขต บางแห่งขอให้แปลทุกหน้ารวมตราประทับและหมายเหตุท้ายเอกสาร ควรใช้ตัวสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ เพราะความไม่ตรงกันของชื่อเป็นเหตุถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด และควรยืนยันข้อกำหนดกับศาลหรือหน่วยงานที่มีเขตอำนาจในเรื่องนั้นก่อนเริ่มแปลเพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ ข้อมูลทบทวน ณ กันยายน 2569 ระเบียบศาล ค่าธรรมเนียม และกำหนดเวลาตามกฎหมายเปลี่ยนได้ ควรยืนยันกับศาลหรือหน่วยงานที่มีเขตอำนาจก่อนดำเนินการ เว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ ขอใบเสนอราคาเฉพาะเคสได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
คำค้นที่เกี่ยวข้อง: เรื่องที่มีคู่กรณีหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ translation · เรื่องที่มีคู่กรณีหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ งานของสำนักงานทนายความและสำนักงานกฎหมาย · ตรวจทาน กันยายน 2569
คำถามที่เกี่ยวข้อง
- ชาวต่างชาติใช้บริการได้หรือไม่และเอกสารต้องเป็นภาษาไทยทั้งหมดหรือเปล่า
- คนไทยที่อยู่ต่างประเทศจะมอบอำนาจให้ดำเนินการในไทยอย่างไร
- ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ใครลงนามแต่งตั้งทนายได้
- งานรับรองเอกสารโดยทนาย (Notary) เกี่ยวข้องกับงานสำนักงานกฎหมายอย่างไร
- ใช้บริการกฎหมายและบัญชีจากที่เดียวกันมีข้อดีอย่างไร
- ถ้าสำนักงานรับเรื่องของเราไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น
- ยื่นเรื่องเองเกี่ยวกับเรื่องที่มีคู่กรณีหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ มีข้อควรระวังอะไรที่ทำให้เรื่องล่าช้า
- ให้ทีมงานดำเนินการแทนเกี่ยวกับเรื่องที่มีคู่กรณีหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง






