Skip to content
ทีมทนาย Notary Public บริษัท Thai Notary Law & Service — ทนายผู้ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

ทีมทนายผู้ได้รับใบอนุญาต Notarial Services Attorney

ใบอนุญาตจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายอนุตรีย์ Miss Anutaree

    ทนายอนุตรีย์Miss Anutaree

    Notarial Services Attorney • Sworn Translator

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายจิรพันธ์ Mr. Jirapan

    ทนายจิรพันธ์Mr. Jirapan

    Notarial Services Attorney • Corporate Counsel

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายจิรศักดิ์ Mr. Jirasak

    ทนายจิรศักดิ์Mr. Jirasak

    Notarial Services Attorney • Litigation

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายปฏิภาณ Mr. Patipan

    ทนายปฏิภาณMr. Patipan

    Notarial Services Attorney • Immigration

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายวราวุธ Mr. Warawut

    ทนายวราวุธMr. Warawut

    Notarial Services Attorney • Real Estate

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายวิวัฒน์ Mr. Wiwat

    ทนายวิวัฒน์Mr. Wiwat

    Notarial Services Attorney • Family & Marriage

เลื่อนดูใบอนุญาตทั้งหมด →

สายงานกฎหมายของสำนักงาน

Thai Notary Law & Service Co., Ltd. รับงานกฎหมาย 10 สายงาน โดยทนายผู้ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่ละหัวข้อด้านล่างระบุขอบเขตงานที่สำนักงานทำจริง ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา เอกสารที่ต้องเตรียมในรอบแรก ลำดับขั้นตอน และข้อควรระวังที่พบบ่อย เพื่อให้ท่านประเมินได้ก่อนตัดสินใจ

คดีความและว่าความทุกศาล

ฟ้อง ต่อสู้คดี อุทธรณ์ ฎีกา และบังคับคดีจนจบกระบวนการ

รับว่าความในศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลแรงงาน ศาลภาษีอากร ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลล้มละลาย และศาลปกครอง ตั้งแต่ประเมินรูปคดี เจรจาก่อนฟ้อง ยื่นฟ้องหรือยื่นคำให้การ สืบพยาน ไปจนถึงชั้นอุทธรณ์ ฎีกา และบังคับคดีตามคำพิพากษา ทีมงานเปิดสำนวนให้ลูกความหนึ่งชุด มีทนายผู้รับผิดชอบชัดเจน และรายงานความคืบหน้าทุกนัดของศาล

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • ประเมินรูปคดี พยานหลักฐาน และอายุความก่อนตัดสินใจฟ้อง
  • หนังสือบอกกล่าว ทวงถาม และการเจรจาไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง
  • ยื่นฟ้อง ยื่นคำให้การ ฟ้องแย้ง คำร้องคุ้มครองชั่วคราว
  • ว่าความ สืบพยาน และดำเนินกระบวนพิจารณาแทนลูกความ
  • อุทธรณ์ ฎีกา และคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่
  • ยึด อายัด ขายทอดตลาด และสืบทรัพย์ในชั้นบังคับคดี

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • ผิดสัญญาซื้อขาย รับเหมาก่อสร้าง หรือสัญญาบริการ
  • เรียกคืนเงินกู้ ค้ำประกัน จำนอง และหนี้การค้า
  • ละเมิด เรียกค่าเสียหายจากอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  • คดีเช็ค ฉ้อโกง ยักยอก และคดีอาญาที่เกี่ยวกับธุรกิจ
  • ข้อพิพาทแรงงาน เลิกจ้างไม่เป็นธรรม และค่าชดเชย
  • บังคับคดีตามคำพิพากษาที่ลูกหนี้ไม่ชำระ

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • สัญญาหรือหลักฐานนิติสัมพันธ์ทั้งหมดที่มี
  • หลักฐานการชำระเงิน สลิป ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้
  • ข้อความสนทนา อีเมล หนังสือโต้ตอบระหว่างคู่กรณี
  • บัตรประชาชนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของฝ่ายเรา
  • ข้อมูลคู่กรณี ที่อยู่ตามทะเบียน และทรัพย์สินที่ทราบ
  • เอกสารคดีเดิม หมายศาล หรือคำฟ้องที่ได้รับ (ถ้ามี)

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1ส่งเอกสารและเล่าเรื่องให้ทีมงานประเมินรูปคดีเบื้องต้น
  2. 2ทนายสรุปแนวทาง ทางเลือก ความเสี่ยง และค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. 3ลงนามใบแต่งทนายและมอบอำนาจ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน
  4. 4เจรจาหรือยื่นฟ้อง/ยื่นคำให้การภายในกรอบอายุความ
  5. 5ว่าความ สืบพยาน และรายงานผลทุกนัดพิจารณา
  6. 6ดำเนินการชั้นอุทธรณ์ ฎีกา หรือบังคับคดีตามผลที่เกิดขึ้น

ข้อควรระวัง

อายุความคือเรื่องที่แก้ย้อนหลังไม่ได้

คดีแต่ละประเภทมีอายุความไม่เท่ากัน หากปล่อยเวลาผ่านไปสิทธิเรียกร้องอาจสิ้นไปทั้งที่มีหลักฐานครบ ควรให้ทนายตรวจกำหนดเวลาให้เร็วที่สุด

หมายศาลที่ไม่ตอบภายในกำหนด

การไม่ยื่นคำให้การภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดอาจทำให้ถูกพิจารณาโดยขาดนัด นำเอกสารมาให้ทนายทันทีที่ได้รับหมาย

ประนีประนอมด้วยตัวเองโดยไม่ตรวจถ้อยคำ

บันทึกข้อตกลงหรือข้อความยอมรับหนี้ที่เขียนเองอาจปิดสิทธิของตนเองในภายหลัง ควรให้ทนายตรวจก่อนลงนามทุกครั้ง

หลักฐานเสียหายหรือหาย

ภาพถ่าย ข้อความ และเอกสารต้นฉบับควรเก็บรวบรวมทันที ระบบแชตบางระบบลบข้อความอัตโนมัติและกู้คืนภายหลังไม่ได้

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ถ้าไม่อยากยุ่งยากกับการเดินศาล จัดเรียงเอกสาร หรือคุยกับคู่กรณีเอง ให้สำนักงานรับดูแลทั้งสำนวนแทน ทนายผู้รับผิดชอบจะประเมินรูปคดี ยื่นเอกสารต่อศาล เข้าทุกนัดพิจารณา และรายงานผลให้ท่านทราบ ท่านเข้ามาเฉพาะนัดที่ศาลกำหนดให้ตัวความมาเท่านั้น

ธุรกิจ บริษัท สัญญา และ M&A

ตั้งบริษัท ร่างสัญญา ตรวจสอบกิจการ ซื้อขายหุ้น และงานกำกับดูแล

ดูแลงานฝั่งองค์กรตั้งแต่จดทะเบียนตั้งบริษัท เปลี่ยนแปลงกรรมการและทุน ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ร่างและตรวจสัญญาทางการค้า ไปจนถึงงานตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) และโครงสร้างการซื้อขายหุ้นหรือกิจการ ทำงานร่วมกับฝ่ายบัญชีและภาษีในสำนักงานเดียว จึงตรวจได้ทั้งมุมกฎหมายและมุมภาระภาษีไปพร้อมกัน

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด และบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ
  • แก้ไขวัตถุที่ประสงค์ กรรมการ ที่ตั้ง ทุนจดทะเบียน และข้อบังคับ
  • ร่างและตรวจสัญญาการค้า ตัวแทนจำหน่าย จ้างทำของ เช่า และ NDA
  • สัญญาผู้ถือหุ้น สัญญาซื้อขายหุ้น และโครงสร้างการร่วมทุน
  • ตรวจสอบสถานะกิจการก่อนลงทุนหรือซื้อกิจการ
  • งานกำกับดูแล ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และเอกสารประชุมผู้ถือหุ้น

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • ชาวต่างชาติต้องการร่วมทุนตั้งบริษัทในไทยอย่างถูกต้อง
  • คู่ค้าเสนอสัญญามาให้เซ็น ต้องการให้ทนายตรวจข้อเสียเปรียบ
  • ผู้ถือหุ้นขัดแย้งกัน ต้องการวางกลไกตัดสินใจใหม่
  • ซื้อกิจการร้านอาหารหรือโรงงาน ต้องตรวจหนี้และใบอนุญาตก่อนโอน
  • ต้องการเอกสารบริษัทฉบับแปลและรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • ข้อบังคับบริษัทและรายงานการประชุมที่เกี่ยวข้อง
  • ร่างสัญญาหรือสัญญาฉบับที่ใช้อยู่
  • งบการเงินและแบบยื่นภาษีย้อนหลังตามที่ทนายแจ้ง
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้ถือหุ้น
  • ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือใบอนุญาตเฉพาะกิจการ

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1แจ้งเป้าหมายทางธุรกิจและส่งเอกสารบริษัทให้ทีมงานตรวจ
  2. 2ทนายสรุปโครงสร้างที่ทำได้ตามกฎหมายพร้อมข้อจำกัดและค่าบริการ
  3. 3ร่างเอกสาร สัญญา หรือมติที่ประชุมให้ตรวจแก้ร่วมกัน
  4. 4ลงนามและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. 5รับเอกสารจดทะเบียน และจัดชุดสำเนา/แปล/รับรองตามที่ต้องใช้
  6. 6วางระบบเอกสารและปฏิทินหน้าที่ตามกฎหมายให้ปีต่อไป

ข้อควรระวัง

โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เลี่ยงกฎหมาย

การใช้ผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดของคนต่างชาติมีความผิดตามกฎหมาย สำนักงานไม่รับดำเนินการ และจะเสนอโครงสร้างที่ทำได้จริงตามกฎหมายให้แทน

เซ็นสัญญาโดยไม่ตรวจข้อระงับข้อพิพาท

ข้อกำหนดเรื่องศาลที่มีอำนาจ กฎหมายที่ใช้บังคับ และการอนุญาโตตุลาการ กระทบต้นทุนอย่างมากเมื่อเกิดข้อพิพาท ควรตรวจก่อนลงนาม

เอกสารบริษัทไม่ตรงกับความเป็นจริง

กรรมการหรือที่ตั้งที่ไม่ได้แก้ไขให้เป็นปัจจุบัน ทำให้เอกสารถูกปฏิเสธและอาจมีความรับผิดตามกฎหมาย

ไม่ตรวจสถานะกิจการก่อนโอน

หนี้ ภาระผูกพัน คดีค้าง และใบอนุญาตที่โอนไม่ได้ มักพบหลังชำระเงินแล้วซึ่งแก้ไขยาก

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ถ้าไม่อยากเดินเอกสารและตีความข้อกฎหมายเอง มอบให้สำนักงานดูแลทั้งชุด ทั้งร่างเอกสาร ยื่นจดทะเบียน ประสานหน่วยงาน และจัดเอกสารฉบับแปลรับรองสำหรับใช้ต่างประเทศ ท่านเพียงตรวจร่างและลงนาม

ครอบครัว

สมรส หย่า อำนาจปกครอง สินสมรส และคดีครอบครัวระหว่างประเทศ

งานครอบครัวเป็นเรื่องที่กระทบทั้งสิทธิและความรู้สึกของครอบครัว สำนักงานดูแลทั้งงานจดทะเบียนและงานคดี ตั้งแต่จดทะเบียนสมรสของคู่สมรสไทย-ต่างชาติ สัญญาก่อนสมรส หย่าโดยความยินยอมหรือโดยคำพิพากษา อำนาจปกครองและค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร การรับรองบุตร ไปจนถึงการแบ่งสินสมรสและเอกสารที่ต้องใช้ยื่นต่อหน่วยงานต่างประเทศ

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • จดทะเบียนสมรสไทย–ต่างชาติ และเอกสารรับรองสถานะบุคคล
  • สัญญาก่อนสมรสและข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส
  • หย่าโดยความยินยอมและฟ้องหย่าต่อศาล
  • อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู และสิทธิเยี่ยมเยียน
  • รับรองบุตร รับบุตรบุญธรรม และคดีสถานะบุคคล
  • แบ่งสินสมรสและติดตามทรัพย์สินที่ถูกโอนไป

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • คู่สมรสต่างชาติต้องการจดทะเบียนในไทยและใช้ทะเบียนสมรสที่ประเทศตน
  • ต้องการหย่าแต่ตกลงเรื่องบุตรและทรัพย์สินกันไม่ได้
  • ฝ่ายหนึ่งไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรตามที่ตกลง
  • ต้องการรับรองบุตรเพื่อให้บุตรมีสิทธิตามกฎหมาย
  • ต้องใช้เอกสารครอบครัวฉบับแปลรับรองยื่นต่อสถานทูต

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือหนังสือเดินทางของทั้งสองฝ่าย
  • ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
  • สูติบัตรบุตรและทะเบียนบ้านของบุตร
  • หนังสือรับรองสถานะบุคคลจากประเทศของคู่สมรสต่างชาติ
  • หลักฐานทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส
  • หลักฐานรายได้ของทั้งสองฝ่ายในกรณีค่าอุปการะเลี้ยงดู

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1ปรึกษาเบื้องต้นเพื่อแยกว่าเรื่องใดจบที่สำนักทะเบียน เรื่องใดต้องขึ้นศาล
  2. 2ทนายสรุปทางเลือก ผลที่ตามมา และค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. 3จัดเตรียมเอกสาร แปล และรับรองตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
  4. 4เจรจาหรือทำบันทึกข้อตกลง หากตกลงกันได้
  5. 5ยื่นคำร้องหรือฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเมื่อจำเป็น
  6. 6ดำเนินการตามคำพิพากษา รวมถึงการบังคับคดีเรื่องค่าเลี้ยงดู

ข้อควรระวัง

หย่าแล้วแต่ไม่จัดการเรื่องทรัพย์สินให้ชัด

การหย่าโดยไม่ระบุการแบ่งสินสมรสให้ครบทำให้ต้องกลับมาฟ้องกันใหม่ในภายหลัง

ข้อตกลงเรื่องบุตรที่บังคับไม่ได้

ข้อตกลงที่ไม่ผ่านรูปแบบตามกฎหมายอาจใช้บังคับไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตาม

เอกสารต่างประเทศไม่ผ่านการรับรองตามลำดับ

เอกสารสถานะบุคคลจากต่างประเทศมักต้องผ่านการรับรองและแปลตามลำดับที่หน่วยงานไทยกำหนด หากลำดับผิดจะถูกตีกลับ

ย้ายบุตรออกนอกประเทศโดยไม่มีอำนาจปกครองชัดเจน

อาจเกิดปัญหาทางกฎหมายทั้งในไทยและปลายทาง ควรตรวจสิทธิให้ชัดก่อนเดินทาง

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ถ้าไม่ต้องการเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายโดยตรง ให้สำนักงานเป็นผู้ติดต่อ เจรจา และดำเนินการทางเอกสารแทนทั้งหมด ทนายจะอธิบายทางเลือกด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและรักษาความลับของลูกความอย่างเคร่งครัด

มรดกและพันธุกรรม

พินัยกรรม ผู้จัดการมรดก แบ่งมรดก และข้อพิพาททายาท

ดูแลงานมรดกทั้งก่อนและหลังการเสียชีวิต ตั้งแต่จัดทำพินัยกรรมให้ถูกรูปแบบตามกฎหมาย ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก รวบรวมและโอนทรัพย์มรดก ไปจนถึงคดีข้อพิพาทระหว่างทายาทและกรณีที่ทายาทหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • จัดทำพินัยกรรมแบบเขียนเอง แบบมีพยาน และแบบทำต่อเจ้าพนักงาน
  • ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล
  • รวบรวมทรัพย์มรดก ตรวจหนี้สิน และจัดทำบัญชีทรัพย์
  • โอนที่ดิน บัญชีธนาคาร หุ้น และยานพาหนะให้ทายาท
  • คดีเพิกถอนพินัยกรรมและข้อพิพาทระหว่างทายาท
  • งานมรดกที่มีทายาทหรือทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • เจ้าของทรัพย์ต้องการทำพินัยกรรมเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
  • ธนาคารขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อนปล่อยเงินฝาก
  • ที่ดินยังเป็นชื่อผู้เสียชีวิตและโอนไม่ได้
  • ทายาทบางคนไม่ยินยอมให้แบ่งทรัพย์
  • ทายาทอยู่ต่างประเทศ ต้องมอบอำนาจและรับรองเอกสารข้ามประเทศ

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • ใบมรณบัตรของผู้ตาย
  • ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้ตายและทายาท
  • ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่าของผู้ตาย
  • โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร ทะเบียนรถ และหลักฐานทรัพย์สินอื่น
  • พินัยกรรม (ถ้ามี)
  • หนังสือยินยอมของทายาทที่ยินยอมให้ตั้งผู้จัดการมรดก

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1ตรวจว่ามีพินัยกรรมหรือไม่ และไล่ลำดับทายาทตามกฎหมาย
  2. 2รวบรวมเอกสารทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตาย
  3. 3ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
  4. 4รับคำสั่งศาลและคัดสำเนาคำสั่งเพื่อใช้ติดต่อหน่วยงาน
  5. 5โอนทรัพย์มรดกที่กรมที่ดิน ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  6. 6จัดทำบัญชีแบ่งทรัพย์ให้ทายาท หรือดำเนินคดีหากมีข้อพิพาท

ข้อควรระวัง

พินัยกรรมผิดรูปแบบ

พินัยกรรมที่ไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมายอาจเสียเปล่าทั้งฉบับ ทำให้ทรัพย์ถูกแบ่งตามลำดับทายาทแทนเจตนาของผู้ทำ

ปล่อยให้ที่ดินค้างชื่อผู้ตายนาน

ยิ่งทิ้งไว้นาน ทายาทยิ่งกระจายและติดตามลงนามยากขึ้น ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาก็เพิ่มตาม

แบ่งทรัพย์กันเองก่อนมีคำสั่งศาล

การถอนเงินหรือโอนทรัพย์ก่อนมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกอาจก่อความรับผิดต่อทายาทคนอื่น

ลืมตรวจหนี้ของผู้ตาย

กองมรดกต้องชำระหนี้ก่อนแบ่ง หากแบ่งไปแล้วเจ้าหนี้ยังมีสิทธิเรียกร้อง ทายาทจะเกิดปัญหาย้อนหลัง

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ถ้าไม่อยากเดินศาล ธนาคาร และกรมที่ดินด้วยตัวเอง ให้สำนักงานรับดำเนินการทั้งกระบวนการแทน ตั้งแต่รวบรวมเอกสาร ยื่นคำร้อง ไปจนถึงโอนทรัพย์เข้าชื่อทายาท ทายาทที่อยู่ต่างประเทศทำผ่านการมอบอำนาจและการรับรองเอกสารได้

ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ตรวจโฉนด สัญญาซื้อขาย เช่าระยะยาว โอนกรรมสิทธิ์ และข้อพิพาทที่ดิน

งานที่ดินคือเรื่องที่ตรวจก่อนจ่ายเงินคุ้มค่าที่สุด สำนักงานรับตรวจสอบสิทธิและภาระผูกพันในโฉนด ร่างและตรวจสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่า สัญญาก่อสร้าง จัดการการโอนที่สำนักงานที่ดิน รวมถึงคดีข้อพิพาทเรื่องแนวเขต ทางภาระจำยอม และการครอบครองปรปักษ์

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • ตรวจโฉนด ภาระจำยอม จำนอง อายัด และข้อจำกัดการใช้ที่ดิน
  • ร่างและตรวจสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่า และสัญญาก่อสร้าง
  • จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน
  • สัญญาเช่าระยะยาวและสิทธิเก็บกินสำหรับผู้เช่าต่างชาติ
  • ข้อพิพาทแนวเขต ทางเข้าออก และการครอบครองปรปักษ์
  • งานอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และการเรียกเก็บค่าส่วนกลาง

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • ก่อนวางมัดจำที่ดินหรือคอนโด ต้องการให้ทนายตรวจโฉนดและผู้ขาย
  • ผู้ซื้อชาวต่างชาติต้องการเข้าใจสิทธิถือครองที่ทำได้ตามกฎหมาย
  • เพื่อนบ้านปิดทางเข้าออกที่ใช้มานาน
  • ผู้รับเหมาทิ้งงานหรือส่งมอบงานไม่ตรงแบบ
  • โอนที่ดินระหว่างเครือญาติและต้องการทำให้ถูกต้อง

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด
  • สัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาเช่าฉบับที่ใช้อยู่
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อและผู้ขาย
  • หลักฐานการชำระเงินและใบเสร็จมัดจำ
  • ผังที่ตั้ง ภาพถ่ายที่ดิน และข้อมูลแนวเขตที่ทราบ
  • หนังสือรับรองบริษัทหากคู่สัญญาเป็นนิติบุคคล

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1ส่งสำเนาโฉนดและสัญญาให้ทีมงานตรวจเบื้องต้น
  2. 2ตรวจสารบัญจดทะเบียนและภาระผูกพันที่สำนักงานที่ดิน
  3. 3สรุปความเสี่ยงและแก้ไขข้อสัญญาให้เป็นธรรมก่อนวางเงิน
  4. 4นัดวันโอนและเตรียมเอกสารของทั้งสองฝ่ายให้ครบ
  5. 5ดำเนินการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินและตรวจเอกสารหลังโอน
  6. 6ดำเนินคดีหรือเจรจา หากพบข้อพิพาทเรื่องสิทธิในที่ดิน

ข้อควรระวัง

วางมัดจำก่อนตรวจโฉนด

ภาระจำยอม จำนอง หรือข้อจำกัดการใช้ที่ดิน มักปรากฏหลังวางเงินแล้วและเรียกเงินคืนยาก

โครงสร้างการถือครองที่ผิดกฎหมาย

การให้คนไทยถือที่ดินแทนคนต่างชาติเป็นเรื่องที่มีความผิดตามกฎหมาย สำนักงานจะเสนอทางเลือกที่ทำได้จริง เช่น สิทธิการเช่าหรือสิทธิเก็บกิน

สัญญาที่ไม่ระบุกำหนดโอนและเบี้ยปรับ

เมื่อผู้ขายผิดนัด ผู้ซื้อจะไม่มีเครื่องมือบังคับที่ชัดเจน

ไม่ตรวจผู้มีอำนาจลงนาม

การลงนามโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจหรือไม่มีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง ทำให้นิติกรรมมีปัญหาภายหลัง

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ให้สำนักงานตรวจให้ครบก่อนที่เงินจะออกจากบัญชี ทีมงานตรวจโฉนด แก้สัญญา เตรียมเอกสาร และไปสำนักงานที่ดินในวันโอนแทนหรือร่วมกับท่าน เพื่อให้จบด้วยเอกสารที่ถูกต้องในครั้งเดียว

แรงงานและคนต่างชาติทำงานในไทย

สัญญาจ้าง ระเบียบบริษัท เลิกจ้าง คดีแรงงาน วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

ให้บริการทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ตั้งแต่ร่างสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานให้สอดคล้องกฎหมายคุ้มครองแรงงาน วางขั้นตอนตักเตือนและเลิกจ้างให้ปลอดภัย ว่าความในศาลแรงงาน ไปจนถึงงานวีซ่าและใบอนุญาตทำงานของพนักงานต่างชาติที่ต้องทำคู่กันในทางปฏิบัติ

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • ร่างสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน และข้อตกลงรักษาความลับ
  • ให้คำแนะนำเรื่องค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา วันหยุด และสวัสดิการ
  • ขั้นตอนตักเตือน โยกย้าย และเลิกจ้างที่ลดความเสี่ยงคดี
  • เจรจาข้อพิพาทและว่าความในศาลแรงงาน
  • วีซ่าทำงาน ใบอนุญาตทำงาน และการต่ออายุของพนักงานต่างชาติ
  • งานรายงานต่อสำนักงานประกันสังคมและกรมการจัดหางาน

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • บริษัทต้องการปรับโครงสร้างพนักงานโดยไม่ให้เกิดคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • ลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย
  • พนักงานต่างชาติต้องต่อวีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้ทันกำหนด
  • ข้อพิพาทเรื่องค่าคอมมิชชันและค่าล่วงเวลา
  • ต้องการวางข้อบังคับการทำงานฉบับใหม่ให้ทั้งองค์กร

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • สัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานฉบับที่ใช้อยู่
  • สลิปเงินเดือนและหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง
  • หนังสือตักเตือน บันทึกการประชุม และหนังสือเลิกจ้าง
  • หนังสือเดินทาง วีซ่า และใบอนุญาตทำงานของพนักงานต่างชาติ
  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • เอกสารประกันสังคมและทะเบียนลูกจ้าง

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1ตรวจเอกสารการจ้างและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด
  2. 2ทนายประเมินความเสี่ยงตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและแนวคำพิพากษา
  3. 3วางขั้นตอนที่ควรทำ พร้อมร่างหนังสือที่ต้องใช้
  4. 4เจรจากับอีกฝ่ายหรือเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของพนักงานตรวจแรงงาน
  5. 5ยื่นคำฟ้องหรือคำให้การต่อศาลแรงงานเมื่อจำเป็น
  6. 6ดำเนินการตามผล และปรับเอกสารภายในเพื่อป้องกันกรณีเดิมซ้ำ

ข้อควรระวัง

เลิกจ้างด้วยวาจา

การเลิกจ้างที่ไม่มีเอกสารและเหตุผลชัดเจนเป็นสาเหตุคดีแรงงานที่พบมากที่สุด

เรียกลูกจ้างเขียนใบลาออกแทนการเลิกจ้าง

หากลูกจ้างโต้แย้งภายหลัง ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบ วิธีนี้มักเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าลด

จ้างพนักงานต่างชาติก่อนได้รับอนุญาตให้ทำงาน

ทั้งนายจ้างและลูกจ้างมีความรับผิดตามกฎหมาย ควรจัดลำดับเอกสารให้ถูกต้องก่อนเริ่มงาน

ข้อบังคับการทำงานที่ขัดกฎหมาย

ข้อกำหนดที่ให้สิทธิน้อยกว่ากฎหมายกำหนดใช้บังคับไม่ได้ และอาจกลายเป็นหลักฐานเสียเปรียบ

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ถ้าไม่ต้องการเสี่ยงเดินขั้นตอนผิดลำดับ ให้สำนักงานร่างเอกสาร วางขั้นตอน และเจรจาแทน ทั้งงานแรงงานและงานวีซ่า/ใบอนุญาตทำงานอยู่ในสำนักงานเดียว จึงจัดคู่กันได้ในเรื่องเดียว

ภาษีอากรและบัญชี

วางแผนภาษีตามกฎหมาย ยื่นแบบ ตรวจสอบ และอุทธรณ์การประเมิน

ทำงานร่วมกันระหว่างทนายและทีมบัญชี ดูแลตั้งแต่งานบัญชีรายเดือน ยื่นแบบภาษี วางโครงสร้างธุรกรรมให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร ไปจนถึงการชี้แจงต่อกรมสรรพากรและการอุทธรณ์การประเมินภาษี

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • จัดทำบัญชี ปิดงบ และยื่นแบบภาษีตามกำหนดเวลา
  • จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ตรวจโครงสร้างธุรกรรมและสัญญาในมุมภาระภาษี
  • ชี้แจงเอกสารเมื่อถูกเรียกตรวจ และเจรจากับเจ้าพนักงาน
  • อุทธรณ์การประเมินและคดีภาษีในศาลภาษีอากร
  • ภาษีที่เกี่ยวกับคนต่างชาติและการโอนเงินระหว่างประเทศ

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • บริษัทได้รับหนังสือเชิญพบเจ้าพนักงานประเมิน
  • ต้องการตรวจว่าค่าใช้จ่ายที่ลงบัญชีอยู่ถือเป็นรายจ่ายได้หรือไม่
  • ขายอสังหาริมทรัพย์และต้องการทราบภาระภาษีที่แท้จริงก่อนโอน
  • ชาวต่างชาติมีรายได้ทั้งในและนอกประเทศและต้องการยื่นให้ถูกต้อง
  • ต้องการวางระบบเอกสารเพื่อลดความเสี่ยงถูกประเมินเพิ่ม

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • งบการเงินและแบบยื่นภาษีย้อนหลังตามที่ทีมงานแจ้ง
  • หนังสือรับรองบริษัทและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และเอกสารประกอบรายจ่าย
  • สัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่ต้องการตรวจ
  • หนังสือแจ้งหรือหมายเรียกจากกรมสรรพากร (ถ้ามี)
  • รายการเดินบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1ส่งเอกสารทางบัญชีและหนังสือจากหน่วยงานให้ทีมงานตรวจ
  2. 2สรุปประเด็นภาษีที่มีความเสี่ยงและฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  3. 3จัดชุดเอกสารชี้แจงและเตรียมคำอธิบายให้เจ้าพนักงาน
  4. 4เข้าพบหรือยื่นหนังสือชี้แจงแทนหรือร่วมกับลูกความ
  5. 5อุทธรณ์การประเมินภายในกำหนดเวลาเมื่อไม่เห็นด้วย
  6. 6ปรับระบบบัญชีและเอกสารเพื่อป้องกันประเด็นเดิมในปีถัดไป

ข้อควรระวัง

ปล่อยกำหนดอุทธรณ์ให้ผ่านไป

การอุทธรณ์การประเมินมีกำหนดเวลาที่เคร่งครัด เลยกำหนดแล้วสิทธิโต้แย้งจะเสียไป

เอกสารประกอบรายจ่ายไม่ครบ

รายจ่ายที่ไม่มีเอกสารรองรับมักถูกตัดออก ส่งผลให้ภาษีที่ต้องชำระเพิ่มขึ้นพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

แยกเงินส่วนตัวกับเงินบริษัทไม่ชัด

การใช้บัญชีร่วมกันทำให้อธิบายที่มาของเงินยากเมื่อถูกตรวจ

ทำโครงสร้างเพื่อเลี่ยงภาษี

สำนักงานให้บริการวางแผนภาษีตามกรอบกฎหมายเท่านั้น และไม่รับงานที่มีลักษณะปิดบังข้อเท็จจริง

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ถ้าไม่อยากตอบหนังสือจากหน่วยงานเอง ให้ทีมบัญชีและทนายของสำนักงานจัดชุดเอกสาร เขียนคำชี้แจง และเข้าพบเจ้าพนักงานแทน พร้อมวางระบบเอกสารให้ปีต่อไปตรวจง่ายขึ้น

ทรัพย์สินทางปัญญา

เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สัญญาอนุญาตใช้สิทธิ และคดีละเมิด

ดูแลทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่ตรวจความเหมือนคล้ายและยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ยื่นคำขอสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร ร่างสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและโอนสิทธิ ไปจนถึงการดำเนินคดีกับผู้ละเมิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • ตรวจความเหมือนคล้ายและยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
  • แก้คำสั่งนายทะเบียนและอุทธรณ์คำสั่งปฏิเสธ
  • แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์และวางระบบหลักฐานความเป็นเจ้าของ
  • คำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และการออกแบบผลิตภัณฑ์
  • สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ แฟรนไชส์ และโอนสิทธิ
  • หนังสือเตือน การระงับสินค้าละเมิด และคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญา

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • แบรนด์ใหม่ต้องการจดเครื่องหมายการค้าก่อนออกตลาด
  • พบผู้อื่นขายสินค้าลอกเลียนแบรนด์ของเราออนไลน์
  • ถูกกล่าวหาว่าละเมิดลิขสิทธิ์งานภาพหรือซอฟต์แวร์
  • ต้องการทำสัญญาแฟรนไชส์ให้ผู้ร่วมลงทุน
  • ต้องการเอกสารสิทธิฉบับแปลรับรองเพื่อยื่นต่างประเทศ

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • ภาพเครื่องหมายการค้าหรือโลโก้ไฟล์ต้นฉบับ
  • รายการสินค้าหรือบริการที่ต้องการคุ้มครอง
  • หนังสือรับรองบริษัทหรือบัตรประชาชนของผู้ขอ
  • หลักฐานการใช้งานจริง เช่น บรรจุภัณฑ์ เว็บไซต์ ใบเสร็จ
  • หลักฐานการสร้างสรรค์งานและวันที่สร้าง
  • หลักฐานการละเมิดที่พบ เช่น ภาพหน้าร้าน ลิงก์ ใบเสร็จซื้อของกลาง

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1ตรวจความเหมือนคล้ายและประเมินโอกาสรับจดทะเบียน
  2. 2จัดกลุ่มสินค้า/บริการและร่างคำขอให้ครอบคลุมการใช้จริง
  3. 3ยื่นคำขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาและติดตามคำสั่ง
  4. 4ตอบข้อโต้แย้งหรืออุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนดเวลา
  5. 5รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน และวางระบบต่ออายุ
  6. 6ดำเนินการกับผู้ละเมิด ทั้งหนังสือเตือน เจรจา และฟ้องคดี

ข้อควรระวัง

ใช้แบรนด์ก่อนตรวจความเหมือนคล้าย

หากไปคล้ายเครื่องหมายที่จดไว้ก่อน ต้นทุนบรรจุภัณฑ์และการตลาดที่ลงไปอาจต้องทิ้งทั้งหมด

จดในชื่อบุคคลแต่ใช้ในบริษัท

ทำให้ความเป็นเจ้าของและสิทธิเรียกร้องไม่ตรงกัน มีปัญหาเมื่อเกิดข้อพิพาทหรือขายกิจการ

ลืมกำหนดต่ออายุ

เครื่องหมายการค้ามีอายุคุ้มครองและต้องต่ออายุตามกำหนด หากขาดไปสิทธิอาจสิ้นสุด

เก็บหลักฐานการละเมิดไม่ถูกวิธี

ภาพหน้าจอที่ไม่มีวันเวลาและที่มาชัดเจน มีน้ำหนักน้อยในชั้นศาล

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ให้สำนักงานดูแลตั้งแต่ตรวจชื่อ ยื่นคำขอ ติดตามคำสั่ง จนถึงจัดการผู้ละเมิด ท่านโฟกัสที่การทำธุรกิจ ส่วนงานเอกสารและกำหนดเวลาตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของทีมงาน

Notary และเอกสารระหว่างประเทศ

Notary Public แปลรับรอง กรมการกงสุล สถานทูต และเอกสารข้ามประเทศ

งานที่สำนักงานทำมาต่อเนื่องกว่า 15 ปี ครอบคลุมคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารโดยทนายผู้ได้รับใบอนุญาต (Notarial Services Attorney) การแปลและรับรองคำแปล การรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และการยื่นต่อสถานทูตปลายทาง รวมถึงหนังสือรับรองความประพฤติและเอกสารจากกระทรวงยุติธรรม

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • รับรองลายมือชื่อ สำเนาเอกสาร คำสาบาน และหนังสือมอบอำนาจ
  • แปลเอกสารและรับรองคำแปลตามรูปแบบที่ปลายทางกำหนด
  • รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • ประสานการยื่นต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง
  • หนังสือรับรองความประพฤติและเอกสารกระทรวงยุติธรรม
  • ตรวจลำดับการรับรองเพื่อไม่ให้รับรองเกินความจำเป็น

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • ใช้เอกสารเรียนต่อ ทำงาน หรือแต่งงานในต่างประเทศ
  • มอบอำนาจให้ญาติในไทยดำเนินการแทนจากต่างประเทศ
  • เอกสารบริษัทเพื่อเปิดบัญชีหรือจดทะเบียนสาขาต่างประเทศ
  • เอกสารรับบุตรบุญธรรมหรือเอกสารสถานะบุคคลข้ามประเทศ
  • เอกสารที่ถูกปลายทางตีกลับและต้องแก้ให้ถูกลำดับ

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานออกให้
  • หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของผู้ลงนาม
  • ชื่อหน่วยงานและประเทศปลายทางที่จะใช้เอกสาร
  • แบบฟอร์มหรือข้อกำหนดที่ปลายทางส่งมาให้ (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด กรณีเอกสารนิติบุคคล
  • ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษที่ต้องการให้ตรงกับหนังสือเดินทาง

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศ/หน่วยงานปลายทาง
  2. 2ทีมงานตรวจลำดับการรับรองที่จำเป็นและแจ้งค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. 3แปลเอกสารและตรวจการสะกดชื่อให้ตรงหนังสือเดินทาง
  4. 4ลงนามต่อหน้าทนายในกรณีที่เอกสารกำหนด
  5. 5ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และยื่นสถานทูตเมื่อปลายทางกำหนด
  6. 6ส่งมอบเอกสารและเก็บสำเนาชุดอ้างอิงให้ลูกความ

ข้อควรระวัง

ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille

เอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศโดยทั่วไปจึงผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และผ่านสถานทูตปลายทางเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด ไม่ใช่การประทับ Apostille

สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง

เป็นสาเหตุถูกตีกลับที่พบมากที่สุด ควรส่งหน้าหนังสือเดินทางมาให้ทีมงานตรวจก่อนแปล

รับรองเกินความจำเป็น

บางหน่วยงานต้องการเพียงคำรับรองของทนาย การยื่นทุกขั้นทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

ไม่ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับ

ข้อกำหนดต่างกันตามประเทศและประเภทเอกสาร และเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับปลายทางทุกครั้งก่อนเริ่ม

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ส่งภาพเอกสารมาให้ทีมงานตรวจลำดับให้ครบก่อนเริ่ม แล้วให้สำนักงานเดินเรื่องแทนทั้งหมด ทั้งแปล รับรอง ยื่นกรมการกงสุล และประสานสถานทูต ท่านไม่ต้องเดินหลายหน่วยงานด้วยตัวเอง

PDPA และงานที่ปรึกษาองค์กร

คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารกำกับดูแล และที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน

วางระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้องค์กรใช้ได้จริง ทั้งนโยบายความเป็นส่วนตัว หนังสือให้ความยินยอม ข้อตกลงประมวลผลข้อมูล บันทึกรายการกิจกรรม และแนวปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล พร้อมบริการที่ปรึกษากฎหมายรายเดือนสำหรับองค์กรที่ต้องการทนายประจำแต่ยังไม่ต้องตั้งฝ่ายกฎหมายภายใน

ขอบเขตงานที่เราทำ

  • ตรวจกิจกรรมการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งองค์กร
  • ร่างนโยบายความเป็นส่วนตัว หนังสือยินยอม และประกาศที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการภายนอก
  • บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลและแบบคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
  • แนวปฏิบัติและเอกสารรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหล
  • ที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน ตรวจสัญญาและตอบข้อหารือประจำ

ตัวอย่างเรื่องที่ลูกความนำมา

  • เว็บไซต์และแอปเก็บข้อมูลลูกค้าและต้องมีเอกสารให้ครบตามกฎหมาย
  • ฝ่ายบุคคลต้องการแบบหนังสือยินยอมสำหรับพนักงานและผู้สมัครงาน
  • ได้รับคำขอให้ลบข้อมูลจากลูกค้าและไม่ทราบขั้นตอนที่ถูกต้อง
  • ต้องการทนายประจำตรวจสัญญาที่เข้ามาทุกเดือน
  • ต้องการอบรมพนักงานเรื่องการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

เอกสารที่ควรเตรียมในรอบแรก

  • รายการระบบและช่องทางที่เก็บข้อมูลลูกค้าหรือพนักงาน
  • นโยบายและแบบฟอร์มที่ใช้อยู่ปัจจุบัน
  • สัญญากับผู้ให้บริการภายนอกที่เข้าถึงข้อมูล
  • โครงสร้างองค์กรและผู้รับผิดชอบข้อมูลในแต่ละฝ่าย
  • ตัวอย่างข้อมูลที่จัดเก็บและระยะเวลาที่เก็บไว้
  • บันทึกเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่เคยเกิด (ถ้ามี)

หากเอกสารบางฉบับยังไม่มี ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งวิธีขอคัดสำเนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1สัมภาษณ์แต่ละฝ่ายเพื่อจัดทำแผนผังการไหลของข้อมูล
  2. 2ประเมินช่องว่างระหว่างการปฏิบัติจริงกับข้อกำหนดตามกฎหมาย
  3. 3ร่างชุดเอกสารและแนวปฏิบัติที่องค์กรใช้ได้จริง
  4. 4อบรมผู้เกี่ยวข้องและวางผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้น
  5. 5ทดสอบขั้นตอนคำขอใช้สิทธิและการรับมือเหตุรั่วไหล
  6. 6ทบทวนเอกสารเป็นรอบตามการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

ข้อควรระวัง

คัดลอกนโยบายจากเว็บอื่นมาใช้

นโยบายที่ไม่ตรงกับกิจกรรมจริงขององค์กร ใช้อ้างอิงไม่ได้เมื่อถูกตรวจสอบ และอาจกลายเป็นหลักฐานที่เสียเปรียบ

เก็บข้อมูลไว้นานเกินจำเป็น

ควรกำหนดระยะเวลาจัดเก็บและวิธีทำลายให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

ไม่มีขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิ

เมื่อมีคำขอเข้ามาจริงและตอบไม่ทันกำหนด องค์กรมีความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ผู้ให้บริการภายนอกไม่มีข้อตกลงประมวลผล

ความรับผิดยังอยู่กับองค์กรผู้ควบคุมข้อมูล การไม่มีข้อตกลงทำให้ควบคุมความเสี่ยงไม่ได้

ให้สำนักงานดูแลทั้งเรื่อง

ให้สำนักงานเข้าไปตรวจ วางระบบ และร่างเอกสารให้ครบชุด แล้วดูแลต่อเป็นที่ปรึกษารายเดือน องค์กรจึงมีทนายที่รู้บริบทธุรกิจของท่านคอยตรวจสัญญาและตอบข้อหารือได้ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการจ้างสำนักงานกฎหมาย

เรื่องของเราเกี่ยวข้องหลายสายงาน ต้องแยกจ้างหลายสำนวนหรือไม่?
ไม่ต้อง สำนักงานเปิดสำนวนเดียวและมีทนายผู้รับผิดชอบหลักหนึ่งท่านเป็นผู้ประสาน เช่น คดีมรดกที่มีที่ดินและทายาทอยู่ต่างประเทศ จะมีทั้งงานคดี งานที่ดิน และงานเอกสารระหว่างประเทศอยู่ในสำนวนเดียว เพื่อไม่ให้เอกสารซ้ำซ้อนและไม่ให้ข้อมูลตกหล่นระหว่างทาง
ต้องเตรียมเอกสารครบก่อนเข้าพบทนายหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องครบตั้งแต่ครั้งแรก ส่งเท่าที่มีให้ทีมงานตรวจก่อนได้ ทนายจะแจ้งกลับว่าเอกสารส่วนใดยังขาด ส่วนใดต้องขอคัดสำเนาจากหน่วยงาน และส่วนใดต้องแปลหรือรับรองก่อนใช้ วิธีนี้ช่วยให้ท่านไม่ต้องเดินเอกสารซ้ำหลายรอบ
สำนักงานรับเรื่องจากต่างจังหวัดหรือลูกความที่อยู่ต่างประเทศได้หรือไม่?
ได้ ทีมงานรับประเมินเรื่องเบื้องต้นจากภาพเอกสารที่ส่งมาทาง LINE หรืออีเมล และดำเนินการยื่นต่อศาลหรือหน่วยงานตามเขตอำนาจที่เกี่ยวข้อง ส่วนขั้นที่กฎหมายกำหนดให้ตัวความลงลายมือชื่อเองหรือมาแสดงตน ทีมงานจะแจ้งวิธีนัดหมายและทางเลือกที่ใช้ได้ เช่น การมอบอำนาจตามรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
ค่าบริการแต่ละสายงานต่างกันอย่างไร?
ต่างกันตามลักษณะงานจริง เช่น ทุนทรัพย์ ศาลที่มีเขตอำนาจ จำนวนนัด ความซับซ้อนของเอกสารและจำนวนภาษาที่ต้องแปล จึงไม่มีอัตราเดียวสำหรับทุกเรื่อง ทีมงานจะประเมินและแจ้งค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน ค่าธรรมเนียมศาลและค่าธรรมเนียมราชการเป็นอัตราของหน่วยงานและเรียกเก็บตามจริง

แหล่งข้อมูลทางการสำหรับตรวจสอบก่อนดำเนินการ

เงื่อนไขขึ้นกับประเภทเอกสาร ประเทศ และหน่วยงานผู้รับ โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องอีกครั้ง

ปรับปรุงล่าสุด: สิงหาคม 2569 · ผู้จัดทำ: กองบรรณาธิการ Thai Notary Law · ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำรับรองผลของหน่วยงาน

ปรึกษาทนายที่รับผิดชอบสายงานของท่าน

เล่าเรื่องหรือส่งภาพเอกสารมาให้ทีมงานตรวจเบื้องต้น ทนายจะแจ้งแนวทาง เอกสารที่ต้องใช้ กำหนดเวลาที่ต้องระวัง และค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน