แปลรับรองทั่วไป กับ Sworn Translation ต่างกันอย่างไร
เส้นทางไทยคือแปลแล้วนำคำแปลไปรับรองที่กรมการกงสุล ซึ่งหน่วยงานไทยและสถานทูตหลายแห่งยอมรับ ส่วนหลายประเทศในยุโรปกำหนดให้คำแปลต้องทำโดยผู้แปลที่ศาลของประเทศนั้นแต่งตั้ง และออสเตรเลียกำหนดผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI ต้องเลือกตามระบบที่หน่วยงานปลายทางระบุ ไม่ใช่ตามความสะดวกของผู้ยื่น
ตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | แปลรับรองแล้วผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล | Sworn Translator ที่ขึ้นทะเบียนศาลของประเทศปลายทาง |
|---|---|---|
| ผู้รับรองคำแปล | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | ผู้แปลที่ศาลหรือหน่วยงานของประเทศนั้นแต่งตั้ง |
| ปลายทางที่ยอมรับ | หน่วยงานราชการไทย สถานทูตในไทย และหลายประเทศ | หน่วยงานของประเทศที่กำหนดระบบ sworn โดยเฉพาะ |
| ต้องต่อนิติกรณ์ไหม | ต่อ Apostille หรือสถานทูตได้ตามปลายทาง | หลายกรณีคำแปลของ sworn translator ถือว่าสมบูรณ์ในตัว |
| ทำในไทยได้ไหม | ได้ทั้งกระบวนการ | ต้องใช้ผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนของประเทศนั้น ซึ่งอาจอยู่ต่างประเทศ |
| รูปแบบผลลัพธ์ | คำแปลพร้อมตราประทับนิติกรณ์บนเอกสาร | คำแปลพร้อมตราประทับและเลขทะเบียนผู้แปล |
| จุดที่มักถูกตีกลับ | ทำนิติกรณ์เฉพาะต้นฉบับแต่ไม่ได้รับรองคำแปล | ใช้ผู้แปลที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับประเทศปลายทาง |
ควรเลือกแบบไหน
- ถ้า ยื่นหน่วยงานราชการไทย → แปลแล้วรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล
- ถ้า ยื่นเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน หรืออิตาลี → ตรวจก่อนว่าปลายทางบังคับ sworn translator ของประเทศนั้นหรือไม่
- ถ้า ยื่นหน่วยงานออสเตรเลีย → ต้องเป็นผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI
- ถ้า ปลายทางไม่ระบุระบบผู้แปลชัดเจน → สอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
เข้าใจผิด: แปลที่ไหนก็ได้ถ้าแปลถูก
ข้อเท็จจริง: ปลายทางตรวจที่ระบบผู้รับรอง ไม่ได้ตรวจแค่คุณภาพคำแปล
เข้าใจผิด: กรมการกงสุลรับรองว่าคำแปลถูกต้องทุกคำ
ข้อเท็จจริง: การรับรองเป็นไปตามขอบเขตของนิติกรณ์ที่หน่วยงานกำหนด ไม่ใช่การรับประกันการตีความเนื้อหา
เข้าใจผิด: NAATI ใช้ได้กับทุกประเทศ
ข้อเท็จจริง: NAATI เป็นระบบของออสเตรเลีย ประเทศอื่นมีระบบผู้แปลของตนเอง
คำถามที่พบบ่อย
รู้ได้อย่างไรว่าปลายทางต้องการระบบไหน
ดูจากหน้าเว็บของหน่วยงานผู้รับหรือหนังสือแจ้งที่ได้รับ โดยสังเกตคำว่า sworn, certified, accredited หรือชื่อระบบเฉพาะ หากไม่ชัดเจนควรสอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ชื่อบุคคลต้องสะกดอย่างไร
ต้องสะกดให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร หากเคยใช้สะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อจัดทำหมายเหตุประกอบและลดโอกาสถูกตีกลับ
แปลจากสำเนาได้ไหม
บางหน่วยงานรับคำแปลจากสำเนาที่รับรองแล้ว แต่หลายแห่งกำหนดให้แปลจากต้นฉบับหรือสำเนาที่ผ่านการรับรองตามลำดับ ควรตรวจก่อนเริ่ม
คำแปลมีอายุการใช้งานไหม
ตัวคำแปลไม่มีอายุในตัวเอง แต่เอกสารต้นทางหลายชนิดมีอายุที่ปลายทางกำหนด เมื่อต้นทางหมดอายุก็ต้องออกใหม่และแปลใหม่
ต้องเตรียมกี่ชุด
ควรเตรียมเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งชุด เพราะหน่วยงานปลายทางมักเก็บเอกสารไว้ และการทำเพิ่มภายหลังต้องเริ่มขั้นรับรองใหม่ทั้งหมด
ใช้เวลาประมาณเท่าไร
ขั้นแปลมักใช้เวลาไม่กี่วันทำการ แต่ขั้นรับรองและนิติกรณ์ขึ้นกับคิวของหน่วยงาน โดยรวมควรเผื่ออย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์
แหล่งอ้างอิงราชการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการวางแผนเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี หลักเกณฑ์ของหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ






