ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ
ตรวจชื่อ เลขทะเบียน สถานะ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน กรรมการ อำนาจลงนาม ผู้ถือหุ้น และเอกสารที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อยืนยันว่าคู่สัญญามีตัวตนและผู้ลงนามมีอำนาจตามทะเบียน โดยต้องเทียบเอกสารฉบับล่าสุดกับธุรกรรมจริงและไม่ใช้ทะเบียนแทนการตรวจผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| แหล่งหลัก | หนังสือรับรอง รายการจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และงบการเงินจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า |
|---|---|
| จุดตัดสินใจ | สถานะนิติบุคคล วัตถุประสงค์ อำนาจกรรมการ และความสอดคล้องของผู้ถือหุ้นกับเอกสารที่คู่สัญญาเปิดเผย |
| แหล่งหลัก | dbd.go.th |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- เลขทะเบียนนิติบุคคลและชื่อที่จดทะเบียน
- หนังสือรับรองและเอกสารรายการจดทะเบียนฉบับล่าสุด
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นรอบล่าสุด
- หนังสือมอบอำนาจหรือมติคณะกรรมการที่ใช้กับธุรกรรม
- ร่างสัญญาหรือรายละเอียดธุรกรรมที่ต้องเทียบอำนาจ
ขั้นตอนตรวจสอบ
- กำหนดคำถามและขอบเขต — ระบุธุรกรรม คู่สัญญา ประเทศ ช่วงเวลา และเกณฑ์ตัดสินใจให้ชัด เพื่อไม่เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น
- ยืนยันตัวตนและสิทธิในการตรวจ — ตรวจชื่อ เลขทะเบียน เอกสารอ้างอิง และฐานกฎหมายหรือความยินยอมก่อนเริ่มค้นข้อมูล
- ตรวจแหล่งต้นทาง — เทียบเอกสารที่ได้รับกับฐานข้อมูลหรือเอกสารคัดจากหน่วยงานทางการ และบันทึกวันเวลาที่ตรวจ
- ตรวจความสอดคล้อง — เปรียบเทียบชื่อ ที่อยู่ กรรมการ ผู้ถือหุ้น งบการเงิน ใบอนุญาต และข้อผูกพันข้ามเอกสารเพื่อหาความคลาดเคลื่อน
- จัดระดับข้อค้นพบ — แยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ประเด็นที่ยังต้องขอเอกสาร และข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล โดยไม่สรุปเกินหลักฐาน
- ทบทวนก่อนตัดสินใจ — ให้ทนาย นักบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจประเด็นสำคัญ และอัปเดตข้อมูลอีกครั้งก่อนลงนามหรือโอนเงิน
คำแนะนำก่อนเริ่มตรวจ
- ขอหนังสือยินยอมและเอกสารระบุตัวตนเมื่อการตรวจเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
- ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล เลขที่เอกสารสิทธิ หรือเลขคำขอเป็นตัวค้นหลัก แทนการใช้ชื่ออย่างเดียว
- เก็บสำเนาแหล่งข้อมูลพร้อมวันที่ตรวจ เพราะทะเบียนและสถานะทางกฎหมายเปลี่ยนได้
- กำหนดผู้รับรายงานและระยะเวลาเก็บข้อมูลก่อนเริ่มงาน ตามหลักเก็บเท่าที่จำเป็น
- ให้ผู้เชี่ยวชาญตรงสาขาทบทวนข้อค้นพบที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนหรือทำสัญญา
ข้อควรระวัง
- อย่าซื้อข้อมูลส่วนบุคคลหรือประวัติที่ได้จากการเข้าถึงระบบราชการ บัญชีธนาคาร หรืออุปกรณ์โดยไม่มีสิทธิ
- ชื่อบุคคลหรือบริษัทที่คล้ายกันไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ต้องเทียบตัวระบุหลายรายการ
- ข้อมูลไม่ปรากฏในฐานค้นสาธารณะไม่ได้แปลว่าไม่มีคดี หนี้ หรือข้อพิพาท
- งบการเงินและบัญชีผู้ถือหุ้นสะท้อนข้อมูลที่ยื่น ณ รอบนั้น ไม่รับรองสภาพปัจจุบันทั้งหมด
- ห้ามเผยแพร่รายงานต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้
- ต้องตรวจข้อมูลซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน เพราะสถานะอาจเปลี่ยนหลังวันออกรายงาน
คำถามที่พบบ่อย
- ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ คืออะไร
- ตรวจชื่อ เลขทะเบียน สถานะ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน กรรมการ อำนาจลงนาม ผู้ถือหุ้น และเอกสารที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อยืนยันว่าคู่สัญญามีตัวตนและผู้ลงนามมีอำนาจตามทะเบียน โดยต้องเทียบเอกสารฉบับล่าสุดกับธุรกรรมจริงและไม่ใช้ทะเบียนแทนการตรวจผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
- ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ ต้องใช้เอกสารอะไร
- เอกสารหลักประกอบด้วย เลขทะเบียนนิติบุคคลและชื่อที่จดทะเบียน · หนังสือรับรองและเอกสารรายการจดทะเบียนฉบับล่าสุด · บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นรอบล่าสุด · หนังสือมอบอำนาจหรือมติคณะกรรมการที่ใช้กับธุรกรรม · ร่างสัญญาหรือรายละเอียดธุรกรรมที่ต้องเทียบอำนาจ รายการจริงต้องปรับตามสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลและความเสี่ยงของธุรกรรม การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ มีขั้นตอนอย่างไร
- ขั้นตอนหลักคือ 1) กำหนดคำถามและขอบเขต: ระบุธุรกรรม คู่สัญญา ประเทศ ช่วงเวลา และเกณฑ์ตัดสินใจให้ชัด เพื่อไม่เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น 2) ยืนยันตัวตนและสิทธิในการตรวจ: ตรวจชื่อ เลขทะเบียน เอกสารอ้างอิง และฐานกฎหมายหรือความยินยอมก่อนเริ่มค้นข้อมูล 3) ตรวจแหล่งต้นทาง: เทียบเอกสารที่ได้รับกับฐานข้อมูลหรือเอกสารคัดจากหน่วยงานทางการ และบันทึกวันเวลาที่ตรวจ 4) ตรวจความสอดคล้อง: เปรียบเทียบชื่อ ที่อยู่ กรรมการ ผู้ถือหุ้น งบการเงิน ใบอนุญาต และข้อผูกพันข้ามเอกสารเพื่อหาความคลาดเคลื่อน 5) จัดระดับข้อค้นพบ: แยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ประเด็นที่ยังต้องขอเอกสาร และข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล โดยไม่สรุปเกินหลักฐาน 6) ทบทวนก่อนตัดสินใจ: ให้ทนาย นักบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจประเด็นสำคัญ และอัปเดตข้อมูลอีกครั้งก่อนลงนามหรือโอนเงิน รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
- ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ ควรตรวจจากแหล่งใด
- ควรเริ่มจากแหล่งต้นทาง ได้แก่ dbd.go.th แล้วเทียบกับเอกสารที่คู่สัญญาเปิดเผย บันทึกวันที่ตรวจและตัวระบุที่ใช้ค้นทุกครั้ง อ้างอิงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนหุ้นส่วนและบริษัท
- ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ ต้องคำนึงถึง PDPA อย่างไร
- การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ ต้องจำกัดผู้เข้าถึง ระยะเวลาเก็บ และการส่งต่อรายงาน พร้อมมีกระบวนการแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
- ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ รับประกันว่าไม่มีความเสี่ยงได้หรือไม่
- ไม่ได้ รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย การตรวจช่วยลดความไม่แน่นอนจากข้อมูลที่เข้าถึงได้ แต่ไม่แทนคำรับรองของคู่สัญญา เงื่อนไขคุ้มครองในสัญญา หรือการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ
- ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ มีข้อควรระวังอะไร
- ข้อควรระวังสำคัญคือ อย่าซื้อข้อมูลส่วนบุคคลหรือประวัติที่ได้จากการเข้าถึงระบบราชการ บัญชีธนาคาร หรืออุปกรณ์โดยไม่มีสิทธิ · ชื่อบุคคลหรือบริษัทที่คล้ายกันไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ต้องเทียบตัวระบุหลายรายการ · ข้อมูลไม่ปรากฏในฐานค้นสาธารณะไม่ได้แปลว่าไม่มีคดี หนี้ หรือข้อพิพาท · งบการเงินและบัญชีผู้ถือหุ้นสะท้อนข้อมูลที่ยื่น ณ รอบนั้น ไม่รับรองสภาพปัจจุบันทั้งหมด · ห้ามเผยแพร่รายงานต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ · ต้องตรวจข้อมูลซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน เพราะสถานะอาจเปลี่ยนหลังวันออกรายงาน การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลและอำนาจกรรมการ ควรตรวจซ้ำเมื่อใด
- ควรตรวจซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน รวมทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนกรรมการ ผู้ถือหุ้น ใบอนุญาต เอกสารสิทธิ หรือข้อเท็จจริงสำคัญ เพราะรายงานสะท้อนสถานะ ณ วันที่ตรวจเท่านั้น ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569
แหล่งอ้างอิงและข้อจำกัด
- อ้างอิงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนหุ้นส่วนและบริษัท
- การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · สอบถามขอบเขตงานทาง โทรศัพท์ / LINE / อีเมล






