ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ
จัดทำรายการเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ โดเมน ซอฟต์แวร์ และสัญญาอนุญาตใช้สิทธิ เทียบเจ้าของ เลขคำขอ สถานะ ขอบเขต ระยะเวลา และภาระผูกพันกับฐานข้อมูลทางการและเอกสารต้นทาง โดยแยกสิทธิที่จดทะเบียน สิทธิที่อยู่ระหว่างคำขอ และสิทธิที่เกิดจากสัญญาออกจากกัน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| รายการหลัก | เจ้าของ เลขคำขอหรือทะเบียน สถานะ ประเภทสินค้า/บริการ ประเทศ และสัญญาอนุญาตใช้สิทธิ |
|---|---|
| ข้อจำกัด | ผลค้นชื่อหรือภาพคล้ายไม่แทนความเห็นทางกฎหมายเรื่องการละเมิดหรือความเหมือนคล้าย |
| แหล่งหลัก | ipthailand.go.th |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- บัญชีทรัพย์สินทางปัญญาและเลขทะเบียนหรือคำขอ
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนและหลักฐานต่ออายุ
- สัญญาโอนสิทธิ อนุญาตใช้สิทธิ และพัฒนางาน
- สัญญาจ้างพนักงานหรือผู้รับจ้างที่กำหนดเจ้าของผลงาน
- รายการข้อพิพาท หนังสือเตือน และข้อตกลงระงับข้อพิพาท
ขั้นตอนตรวจสอบ
- กำหนดคำถามและขอบเขต — ระบุธุรกรรม คู่สัญญา ประเทศ ช่วงเวลา และเกณฑ์ตัดสินใจให้ชัด เพื่อไม่เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น
- ยืนยันตัวตนและสิทธิในการตรวจ — ตรวจชื่อ เลขทะเบียน เอกสารอ้างอิง และฐานกฎหมายหรือความยินยอมก่อนเริ่มค้นข้อมูล
- ตรวจแหล่งต้นทาง — เทียบเอกสารที่ได้รับกับฐานข้อมูลหรือเอกสารคัดจากหน่วยงานทางการ และบันทึกวันเวลาที่ตรวจ
- ตรวจความสอดคล้อง — เปรียบเทียบชื่อ ที่อยู่ กรรมการ ผู้ถือหุ้น งบการเงิน ใบอนุญาต และข้อผูกพันข้ามเอกสารเพื่อหาความคลาดเคลื่อน
- จัดระดับข้อค้นพบ — แยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ประเด็นที่ยังต้องขอเอกสาร และข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล โดยไม่สรุปเกินหลักฐาน
- ทบทวนก่อนตัดสินใจ — ให้ทนาย นักบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจประเด็นสำคัญ และอัปเดตข้อมูลอีกครั้งก่อนลงนามหรือโอนเงิน
คำแนะนำก่อนเริ่มตรวจ
- ขอหนังสือยินยอมและเอกสารระบุตัวตนเมื่อการตรวจเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
- ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล เลขที่เอกสารสิทธิ หรือเลขคำขอเป็นตัวค้นหลัก แทนการใช้ชื่ออย่างเดียว
- เก็บสำเนาแหล่งข้อมูลพร้อมวันที่ตรวจ เพราะทะเบียนและสถานะทางกฎหมายเปลี่ยนได้
- กำหนดผู้รับรายงานและระยะเวลาเก็บข้อมูลก่อนเริ่มงาน ตามหลักเก็บเท่าที่จำเป็น
- ให้ผู้เชี่ยวชาญตรงสาขาทบทวนข้อค้นพบที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนหรือทำสัญญา
ข้อควรระวัง
- อย่าซื้อข้อมูลส่วนบุคคลหรือประวัติที่ได้จากการเข้าถึงระบบราชการ บัญชีธนาคาร หรืออุปกรณ์โดยไม่มีสิทธิ
- ชื่อบุคคลหรือบริษัทที่คล้ายกันไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ต้องเทียบตัวระบุหลายรายการ
- ข้อมูลไม่ปรากฏในฐานค้นสาธารณะไม่ได้แปลว่าไม่มีคดี หนี้ หรือข้อพิพาท
- งบการเงินและบัญชีผู้ถือหุ้นสะท้อนข้อมูลที่ยื่น ณ รอบนั้น ไม่รับรองสภาพปัจจุบันทั้งหมด
- ห้ามเผยแพร่รายงานต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้
- ต้องตรวจข้อมูลซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน เพราะสถานะอาจเปลี่ยนหลังวันออกรายงาน
คำถามที่พบบ่อย
- ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ คืออะไร
- จัดทำรายการเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ โดเมน ซอฟต์แวร์ และสัญญาอนุญาตใช้สิทธิ เทียบเจ้าของ เลขคำขอ สถานะ ขอบเขต ระยะเวลา และภาระผูกพันกับฐานข้อมูลทางการและเอกสารต้นทาง โดยแยกสิทธิที่จดทะเบียน สิทธิที่อยู่ระหว่างคำขอ และสิทธิที่เกิดจากสัญญาออกจากกัน รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
- ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ ต้องใช้เอกสารอะไร
- เอกสารหลักประกอบด้วย บัญชีทรัพย์สินทางปัญญาและเลขทะเบียนหรือคำขอ · หนังสือรับรองการจดทะเบียนและหลักฐานต่ออายุ · สัญญาโอนสิทธิ อนุญาตใช้สิทธิ และพัฒนางาน · สัญญาจ้างพนักงานหรือผู้รับจ้างที่กำหนดเจ้าของผลงาน · รายการข้อพิพาท หนังสือเตือน และข้อตกลงระงับข้อพิพาท รายการจริงต้องปรับตามสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลและความเสี่ยงของธุรกรรม การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ มีขั้นตอนอย่างไร
- ขั้นตอนหลักคือ 1) กำหนดคำถามและขอบเขต: ระบุธุรกรรม คู่สัญญา ประเทศ ช่วงเวลา และเกณฑ์ตัดสินใจให้ชัด เพื่อไม่เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น 2) ยืนยันตัวตนและสิทธิในการตรวจ: ตรวจชื่อ เลขทะเบียน เอกสารอ้างอิง และฐานกฎหมายหรือความยินยอมก่อนเริ่มค้นข้อมูล 3) ตรวจแหล่งต้นทาง: เทียบเอกสารที่ได้รับกับฐานข้อมูลหรือเอกสารคัดจากหน่วยงานทางการ และบันทึกวันเวลาที่ตรวจ 4) ตรวจความสอดคล้อง: เปรียบเทียบชื่อ ที่อยู่ กรรมการ ผู้ถือหุ้น งบการเงิน ใบอนุญาต และข้อผูกพันข้ามเอกสารเพื่อหาความคลาดเคลื่อน 5) จัดระดับข้อค้นพบ: แยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ประเด็นที่ยังต้องขอเอกสาร และข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล โดยไม่สรุปเกินหลักฐาน 6) ทบทวนก่อนตัดสินใจ: ให้ทนาย นักบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจประเด็นสำคัญ และอัปเดตข้อมูลอีกครั้งก่อนลงนามหรือโอนเงิน รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
- ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ ควรตรวจจากแหล่งใด
- ควรเริ่มจากแหล่งต้นทาง ได้แก่ ipthailand.go.th แล้วเทียบกับเอกสารที่คู่สัญญาเปิดเผย บันทึกวันที่ตรวจและตัวระบุที่ใช้ค้นทุกครั้ง อ้างอิงกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ipthailand.go.th) และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท
- ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ ต้องคำนึงถึง PDPA อย่างไร
- การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ ต้องจำกัดผู้เข้าถึง ระยะเวลาเก็บ และการส่งต่อรายงาน พร้อมมีกระบวนการแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
- ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ รับประกันว่าไม่มีความเสี่ยงได้หรือไม่
- ไม่ได้ รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย การตรวจช่วยลดความไม่แน่นอนจากข้อมูลที่เข้าถึงได้ แต่ไม่แทนคำรับรองของคู่สัญญา เงื่อนไขคุ้มครองในสัญญา หรือการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ
- ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ มีข้อควรระวังอะไร
- ข้อควรระวังสำคัญคือ อย่าซื้อข้อมูลส่วนบุคคลหรือประวัติที่ได้จากการเข้าถึงระบบราชการ บัญชีธนาคาร หรืออุปกรณ์โดยไม่มีสิทธิ · ชื่อบุคคลหรือบริษัทที่คล้ายกันไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ต้องเทียบตัวระบุหลายรายการ · ข้อมูลไม่ปรากฏในฐานค้นสาธารณะไม่ได้แปลว่าไม่มีคดี หนี้ หรือข้อพิพาท · งบการเงินและบัญชีผู้ถือหุ้นสะท้อนข้อมูลที่ยื่น ณ รอบนั้น ไม่รับรองสภาพปัจจุบันทั้งหมด · ห้ามเผยแพร่รายงานต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ · ต้องตรวจข้อมูลซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน เพราะสถานะอาจเปลี่ยนหลังวันออกรายงาน การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- ตรวจทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิในสินทรัพย์สำคัญ ควรตรวจซ้ำเมื่อใด
- ควรตรวจซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน รวมทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนกรรมการ ผู้ถือหุ้น ใบอนุญาต เอกสารสิทธิ หรือข้อเท็จจริงสำคัญ เพราะรายงานสะท้อนสถานะ ณ วันที่ตรวจเท่านั้น ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569
แหล่งอ้างอิงและข้อจำกัด
- อ้างอิงกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ipthailand.go.th) และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท
- การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · สอบถามขอบเขตงานทาง โทรศัพท์ / LINE / อีเมล






