ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์
ตรวจชนิดและเลขที่เอกสารสิทธิ ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ สารบัญจดทะเบียน ภาระจำยอม จำนอง เช่า และข้อจำกัดที่ปรากฏ พร้อมเทียบตำแหน่ง การใช้ประโยชน์ อาคาร และสัญญาที่เกี่ยวข้อง การตรวจต้องอาศัยเอกสารจากสำนักงานที่ดินและการสำรวจข้อเท็จจริง ไม่ควรตัดสินจากสำเนาโฉนดหรือภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| แหล่งหลัก | เอกสารสิทธิและรายการจดทะเบียนจากสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบพื้นที่ |
|---|---|
| ไม่รวมโดยอัตโนมัติ | ข้อพิพาทแนวเขต การครอบครองจริง ผังเมือง ใบอนุญาตอาคาร และหนี้ส่วนกลางต้องตรวจแยกตามกรณี |
| แหล่งหลัก | dol.go.th |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สำเนาเอกสารสิทธิทุกหน้าและสารบัญจดทะเบียน
- บัตรประชาชนหรือเอกสารนิติบุคคลของผู้ขายโดยชอบ
- สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่า หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
- ใบอนุญาตก่อสร้าง แบบอาคาร และข้อมูลการใช้ประโยชน์
- หนังสือจากนิติบุคคลอาคารชุดหรือหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อเกี่ยวข้อง
ขั้นตอนตรวจสอบ
- กำหนดคำถามและขอบเขต — ระบุธุรกรรม คู่สัญญา ประเทศ ช่วงเวลา และเกณฑ์ตัดสินใจให้ชัด เพื่อไม่เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น
- ยืนยันตัวตนและสิทธิในการตรวจ — ตรวจชื่อ เลขทะเบียน เอกสารอ้างอิง และฐานกฎหมายหรือความยินยอมก่อนเริ่มค้นข้อมูล
- ตรวจแหล่งต้นทาง — เทียบเอกสารที่ได้รับกับฐานข้อมูลหรือเอกสารคัดจากหน่วยงานทางการ และบันทึกวันเวลาที่ตรวจ
- ตรวจความสอดคล้อง — เปรียบเทียบชื่อ ที่อยู่ กรรมการ ผู้ถือหุ้น งบการเงิน ใบอนุญาต และข้อผูกพันข้ามเอกสารเพื่อหาความคลาดเคลื่อน
- จัดระดับข้อค้นพบ — แยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ประเด็นที่ยังต้องขอเอกสาร และข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล โดยไม่สรุปเกินหลักฐาน
- ทบทวนก่อนตัดสินใจ — ให้ทนาย นักบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจประเด็นสำคัญ และอัปเดตข้อมูลอีกครั้งก่อนลงนามหรือโอนเงิน
คำแนะนำก่อนเริ่มตรวจ
- ขอหนังสือยินยอมและเอกสารระบุตัวตนเมื่อการตรวจเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
- ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล เลขที่เอกสารสิทธิ หรือเลขคำขอเป็นตัวค้นหลัก แทนการใช้ชื่ออย่างเดียว
- เก็บสำเนาแหล่งข้อมูลพร้อมวันที่ตรวจ เพราะทะเบียนและสถานะทางกฎหมายเปลี่ยนได้
- กำหนดผู้รับรายงานและระยะเวลาเก็บข้อมูลก่อนเริ่มงาน ตามหลักเก็บเท่าที่จำเป็น
- ให้ผู้เชี่ยวชาญตรงสาขาทบทวนข้อค้นพบที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนหรือทำสัญญา
ข้อควรระวัง
- อย่าซื้อข้อมูลส่วนบุคคลหรือประวัติที่ได้จากการเข้าถึงระบบราชการ บัญชีธนาคาร หรืออุปกรณ์โดยไม่มีสิทธิ
- ชื่อบุคคลหรือบริษัทที่คล้ายกันไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ต้องเทียบตัวระบุหลายรายการ
- ข้อมูลไม่ปรากฏในฐานค้นสาธารณะไม่ได้แปลว่าไม่มีคดี หนี้ หรือข้อพิพาท
- งบการเงินและบัญชีผู้ถือหุ้นสะท้อนข้อมูลที่ยื่น ณ รอบนั้น ไม่รับรองสภาพปัจจุบันทั้งหมด
- ห้ามเผยแพร่รายงานต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้
- ต้องตรวจข้อมูลซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน เพราะสถานะอาจเปลี่ยนหลังวันออกรายงาน
คำถามที่พบบ่อย
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ คืออะไร
- ตรวจชนิดและเลขที่เอกสารสิทธิ ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ สารบัญจดทะเบียน ภาระจำยอม จำนอง เช่า และข้อจำกัดที่ปรากฏ พร้อมเทียบตำแหน่ง การใช้ประโยชน์ อาคาร และสัญญาที่เกี่ยวข้อง การตรวจต้องอาศัยเอกสารจากสำนักงานที่ดินและการสำรวจข้อเท็จจริง ไม่ควรตัดสินจากสำเนาโฉนดหรือภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ต้องใช้เอกสารอะไร
- เอกสารหลักประกอบด้วย สำเนาเอกสารสิทธิทุกหน้าและสารบัญจดทะเบียน · บัตรประชาชนหรือเอกสารนิติบุคคลของผู้ขายโดยชอบ · สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่า หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง · ใบอนุญาตก่อสร้าง แบบอาคาร และข้อมูลการใช้ประโยชน์ · หนังสือจากนิติบุคคลอาคารชุดหรือหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อเกี่ยวข้อง รายการจริงต้องปรับตามสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลและความเสี่ยงของธุรกรรม การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ มีขั้นตอนอย่างไร
- ขั้นตอนหลักคือ 1) กำหนดคำถามและขอบเขต: ระบุธุรกรรม คู่สัญญา ประเทศ ช่วงเวลา และเกณฑ์ตัดสินใจให้ชัด เพื่อไม่เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น 2) ยืนยันตัวตนและสิทธิในการตรวจ: ตรวจชื่อ เลขทะเบียน เอกสารอ้างอิง และฐานกฎหมายหรือความยินยอมก่อนเริ่มค้นข้อมูล 3) ตรวจแหล่งต้นทาง: เทียบเอกสารที่ได้รับกับฐานข้อมูลหรือเอกสารคัดจากหน่วยงานทางการ และบันทึกวันเวลาที่ตรวจ 4) ตรวจความสอดคล้อง: เปรียบเทียบชื่อ ที่อยู่ กรรมการ ผู้ถือหุ้น งบการเงิน ใบอนุญาต และข้อผูกพันข้ามเอกสารเพื่อหาความคลาดเคลื่อน 5) จัดระดับข้อค้นพบ: แยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ประเด็นที่ยังต้องขอเอกสาร และข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล โดยไม่สรุปเกินหลักฐาน 6) ทบทวนก่อนตัดสินใจ: ให้ทนาย นักบัญชี หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจประเด็นสำคัญ และอัปเดตข้อมูลอีกครั้งก่อนลงนามหรือโอนเงิน รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ควรตรวจจากแหล่งใด
- ควรเริ่มจากแหล่งต้นทาง ได้แก่ dol.go.th แล้วเทียบกับเอกสารที่คู่สัญญาเปิดเผย บันทึกวันที่ตรวจและตัวระบุที่ใช้ค้นทุกครั้ง อ้างอิงกรมที่ดิน (dol.go.th) ประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎหมายเฉพาะของทรัพย์หรืออาคารที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ต้องคำนึงถึง PDPA อย่างไร
- การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ ต้องจำกัดผู้เข้าถึง ระยะเวลาเก็บ และการส่งต่อรายงาน พร้อมมีกระบวนการแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ รับประกันว่าไม่มีความเสี่ยงได้หรือไม่
- ไม่ได้ รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย การตรวจช่วยลดความไม่แน่นอนจากข้อมูลที่เข้าถึงได้ แต่ไม่แทนคำรับรองของคู่สัญญา เงื่อนไขคุ้มครองในสัญญา หรือการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ มีข้อควรระวังอะไร
- ข้อควรระวังสำคัญคือ อย่าซื้อข้อมูลส่วนบุคคลหรือประวัติที่ได้จากการเข้าถึงระบบราชการ บัญชีธนาคาร หรืออุปกรณ์โดยไม่มีสิทธิ · ชื่อบุคคลหรือบริษัทที่คล้ายกันไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ต้องเทียบตัวระบุหลายรายการ · ข้อมูลไม่ปรากฏในฐานค้นสาธารณะไม่ได้แปลว่าไม่มีคดี หนี้ หรือข้อพิพาท · งบการเงินและบัญชีผู้ถือหุ้นสะท้อนข้อมูลที่ยื่น ณ รอบนั้น ไม่รับรองสภาพปัจจุบันทั้งหมด · ห้ามเผยแพร่รายงานต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ · ต้องตรวจข้อมูลซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน เพราะสถานะอาจเปลี่ยนหลังวันออกรายงาน การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- ตรวจสอบเอกสารสิทธิและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ควรตรวจซ้ำเมื่อใด
- ควรตรวจซ้ำใกล้วันลงนามและวันชำระเงิน รวมทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนกรรมการ ผู้ถือหุ้น ใบอนุญาต เอกสารสิทธิ หรือข้อเท็จจริงสำคัญ เพราะรายงานสะท้อนสถานะ ณ วันที่ตรวจเท่านั้น ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569
แหล่งอ้างอิงและข้อจำกัด
- อ้างอิงกรมที่ดิน (dol.go.th) ประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎหมายเฉพาะของทรัพย์หรืออาคารที่เกี่ยวข้อง
- การตรวจข้อมูลบุคคลต้องมีฐานกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เก็บเท่าที่จำเป็น แจ้งวัตถุประสงค์ และไม่ใช้ข้อมูลจากการเข้าถึงระบบราชการหรือบัญชีส่วนบุคคลโดยมิชอบ
- รายงาน Due Diligence สรุปข้อมูลที่ตรวจพบจากเอกสาร แหล่งทางการ และหลักฐานที่ผู้ว่าจ้างมีสิทธิให้ตรวจ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีหนี้ คดี ความเสี่ยง หรือเหตุการณ์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · สอบถามขอบเขตงานทาง โทรศัพท์ / LINE / อีเมล






