บริการดำเนินคดีสำหรับโรงแรมและ F&B — arbitrator ขึ้นทะเบียน THAC/TAI/SIAC — เข้าใจกระบวนการทั้ง 2 ฝั่ง
Thai Notary Law & Service เป็นสำนักงานทนายความเต็มรูปแบบ ให้บริการดำเนินคดีทั้งชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ในศาลชำนัญพิเศษทุกประเภท และให้บริการที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน (retainer) แก่บริษัททั้งไทยและต่างชาติกว่า 200+ องค์กร เราครอบคลุมคดีทุกประเภท — แพ่ง, อาญา, แรงงาน, ภาษี, ปกครอง, IP&IT, ผู้บริโภค, เยาวชน, ล้มละลาย และ arbitration ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ทีมประกอบด้วยทนายผู้ทำคำแถลง (senior counsel) 4 ท่าน + junior associate 8 ท่าน — ทุกท่านเป็นสมาชิกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์และผ่านการอบรมทนายว่าความชั้นสูง เรามีเครือข่ายทนายท้องถิ่นครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด + สาขาศาลชำนัญพิเศษทั่วประเทศ กลุ่มธุรกิจ โรงแรมและ F&B มีลักษณะพิเศษ — franchise dispute, lease, HMA (Hotel Management Agreement), tourist claim ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์เฉพาะทาง _locale: th_
ขั้นตอนการดำเนินคดีตั้งแต่เริ่มจนจบ
- ใช้ CMS + calendar reminder แจ้งลูกค้าล่วงหน้าทุก milestone ผ่าน LINE + email
- หลังคำพิพากษายังดูแลบังคับคดีต่อ (ไม่ทิ้งงาน) รวมถึงติดตามทรัพย์และอายัดบัญชี
- รับปรึกษา EN/中文/日本語/한국어 + ประสานล่ามศาลรับรองในนัดสืบพยาน
- รายงานความคืบหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- engagement letter + phase-based fee ระบุใน SOW ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
ประเมินโอกาสชนะและ risk assessment ก่อนตัดสินใจฟ้อง
- รับปรึกษา EN/中文/日本語/한국어 + ประสานล่ามศาลรับรองในนัดสืบพยาน
- engagement letter + phase-based fee ระบุใน SOW ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
- ใช้ CMS + calendar reminder แจ้งลูกค้าล่วงหน้าทุก milestone ผ่าน LINE + email
- ทีม senior counsel + junior associate + paralegal ครบชุด — case load ต่อทนายไม่เกิน 8 คดีเพื่อคุณภาพ
- หลังจบคดีมี post-mortem session ให้ลูกค้าเข้าใจบทเรียนและป้องกันปัญหาซ้ำ
การขอ discovery และการตรวจพยานหลักฐาน
- การประเมิน merit ก่อนรับคดี — ถ้าไม่มีทางชนะจะแจ้งลูกค้าตรงไปตรงมา
- AML/KYC + attorney-client privilege ป้องกันความลับตามมาตรฐาน ISO 27001-aligned
- หลังจบคดีมี post-mortem session ให้ลูกค้าเข้าใจบทเรียนและป้องกันปัญหาซ้ำ
- engagement letter + phase-based fee ระบุใน SOW ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
- หลังคำพิพากษายังดูแลบังคับคดีต่อ (ไม่ทิ้งงาน) รวมถึงติดตามทรัพย์และอายัดบัญชี
การประสานงาน expert witness / เจ้าหน้าที่รัฐ / นักบัญชี
- รับปรึกษา EN/中文/日本語/한국어 + ประสานล่ามศาลรับรองในนัดสืบพยาน
- ใช้ CMS + calendar reminder แจ้งลูกค้าล่วงหน้าทุก milestone ผ่าน LINE + email
- รายงานความคืบหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- AML/KYC + attorney-client privilege ป้องกันความลับตามมาตรฐาน ISO 27001-aligned
- engagement letter + phase-based fee ระบุใน SOW ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
การเลือกศาลที่มีเขตอำนาจถูกต้อง (jurisdiction)
- ใช้ CMS + calendar reminder แจ้งลูกค้าล่วงหน้าทุก milestone ผ่าน LINE + email
- AML/KYC + attorney-client privilege ป้องกันความลับตามมาตรฐาน ISO 27001-aligned
- หลังคำพิพากษายังดูแลบังคับคดีต่อ (ไม่ทิ้งงาน) รวมถึงติดตามทรัพย์และอายัดบัญชี
- engagement letter + phase-based fee ระบุใน SOW ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
- การประเมิน merit ก่อนรับคดี — ถ้าไม่มีทางชนะจะแจ้งลูกค้าตรงไปตรงมา
คำร้องคุ้มครองชั่วคราว (interim measures) ที่ควรขอ
- ใช้ CMS + calendar reminder แจ้งลูกค้าล่วงหน้าทุก milestone ผ่าน LINE + email
- engagement letter + phase-based fee ระบุใน SOW ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
- การประเมิน merit ก่อนรับคดี — ถ้าไม่มีทางชนะจะแจ้งลูกค้าตรงไปตรงมา
- AML/KYC + attorney-client privilege ป้องกันความลับตามมาตรฐาน ISO 27001-aligned
- ทีม senior counsel + junior associate + paralegal ครบชุด — case load ต่อทนายไม่เกิน 8 คดีเพื่อคุณภาพ
ค่าฤชาธรรมเนียมและ recoverable costs
- ใช้ CMS + calendar reminder แจ้งลูกค้าล่วงหน้าทุก milestone ผ่าน LINE + email
- หลังจบคดีมี post-mortem session ให้ลูกค้าเข้าใจบทเรียนและป้องกันปัญหาซ้ำ
- engagement letter + phase-based fee ระบุใน SOW ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
- รับปรึกษา EN/中文/日本語/한국어 + ประสานล่ามศาลรับรองในนัดสืบพยาน
- หลังคำพิพากษายังดูแลบังคับคดีต่อ (ไม่ทิ้งงาน) รวมถึงติดตามทรัพย์และอายัดบัญชี
ข้อควรระวังเมื่อฟ้องคู่ความต่างชาติในไทย
- ทีม senior counsel + junior associate + paralegal ครบชุด — case load ต่อทนายไม่เกิน 8 คดีเพื่อคุณภาพ
- การประเมิน merit ก่อนรับคดี — ถ้าไม่มีทางชนะจะแจ้งลูกค้าตรงไปตรงมา
- หลังจบคดีมี post-mortem session ให้ลูกค้าเข้าใจบทเรียนและป้องกันปัญหาซ้ำ
- หลังคำพิพากษายังดูแลบังคับคดีต่อ (ไม่ทิ้งงาน) รวมถึงติดตามทรัพย์และอายัดบัญชี
- engagement letter + phase-based fee ระบุใน SOW ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
ขั้นตอนการดำเนินคดี
- Appeal: อุทธรณ์/ฎีกา (หากจำเป็น) — ภายใน 30 วันจากวันอ่านคำพิพากษา
- Mediate: การไกล่เกลี่ยในศาล (mandatory mediation) — โอกาสยุติคดี 40-60% ในหลายประเภทคดี
- Intake: consultation ครั้งแรก — ทีมทนายรับฟังข้อเท็จจริง ตรวจเอกสารเบื้องต้น และทำ preliminary assessment ฟรี 60 นาที
- Closing: แถลงปิดคดี (closing) — สรุปประเด็นและอ้างพยานหลักฐานให้ศาล
- Demand: ส่ง demand letter หรือ notice of dispute — ให้โอกาสฝ่ายตรงข้ามเจรจา 30-60 วันก่อนฟ้อง
- Opinion: ทำ opinion letter + risk memo — ระบุโอกาสชนะ, cost estimate, timeline, และกลยุทธ์แนะนำ 3 ทางเลือก
- Judgment: รับคำพิพากษา + ประเมินว่าจะอุทธรณ์หรือรับผลตามคำพิพากษา
- Engage: เซ็น engagement letter + ชำระค่า retainer แรก + KYC/AML ตามข้อบังคับสภาทนาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คดีแพ่งใช้เวลาเท่าไหร่จากยื่นฟ้องถึงจบ
- โดยเฉลี่ยชั้นต้น 12-18 เดือน, ชั้นอุทธรณ์ 12-24 เดือน, ชั้นฎีกา 18-30 เดือน — รวมทั้ง 3 ชั้นประมาณ 4-5 ปี; คดีทุนเล็ก (< 500,000 บาท) อาจจบชั้นต้นในเวลา 6-9 เดือน; คดีผู้บริโภคและแรงงานเร็วสุด (fast track 60-120 วัน)
- ต้องไปศาลด้วยตัวเองหรือไม่
- ในนัดสืบพยานที่ตนเป็นพยานต้องไป, ในนัดพิจารณา/นัดฟังคำพิพากษาสามารถให้ทนายไปแทนได้; ในคดีอาญาที่ถูกฟ้องต้องไปด้วยตัวเองทุกนัด; e-Filing และ e-Hearing ผ่าน video conference มีให้ในบางคดีตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา
- arbitration ดีกว่าฟ้องศาลอย่างไร
- arbitration เร็วกว่า (12-18 เดือนเทียบกับ 4-5 ปี), เป็นความลับ (privacy), เลือก arbitrator ที่เชี่ยวชาญได้, คำชี้ขาดบังคับได้ 160+ ประเทศตาม NY Convention; ข้อเสียคือค่าธรรมเนียมสถาบัน + arbitrator สูงกว่า (ประมาณ 5-10% ของทุนพิพาท) และอุทธรณ์ยากกว่า
- คำพิพากษาต่างประเทศบังคับในไทยได้ไหม
- ไทยยังไม่ได้เป็นภาคีของ Hague Judgments Convention 2019 — การบังคับคำพิพากษาต่างประเทศต้องอาศัยหลัก reciprocity/comity ผ่านการฟ้องใหม่ในไทย โดยใช้คำพิพากษาต่างประเทศเป็นพยานหลักฐาน; แต่ arbitral award ต่างประเทศบังคับได้ตรงตาม NY Convention 1958
- เจ้าของกิจการต่างชาติจะฟ้องในไทยได้ไหม
- ได้ทุกคนไม่ว่าจะมีสัญชาติใด — ไทยไม่จำกัดสิทธิ์การฟ้องของต่างชาติ; แต่ต้องมีที่อยู่สำหรับส่งเอกสาร (address for service) ในไทย ซึ่งใช้สำนักงานทนายได้; หาก corporate plaintiff ที่ไม่มีสำนักงานในไทยต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่าย (security for costs)
- ชนะคดีแล้วจะได้เงินจริงเมื่อไหร่
- ต้องผ่านขั้นตอนบังคับคดี — ขอออกหมายบังคับคดี (30 วัน), สืบทรัพย์ (2-6 เดือน), ยึด/อายัด/ขายทอดตลาด (3-12 เดือน); ถ้าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์เลย อาจต้องฟ้องล้มละลายเพิ่มเติม; ระยะเวลารวม 6-24 เดือนจากคำพิพากษาถึงที่สุดถึงได้รับเงิน
- ค่าฤชาธรรมเนียมศาลคำนวณอย่างไร
- คดีแพ่งเสีย 2% ของทุนทรัพย์ที่ฟ้อง (สูงสุด 200,000 บาท), คดีอุทธรณ์เสียเพิ่ม 2% ของทุนที่อุทธรณ์; คดีอาญา/แรงงาน/ผู้บริโภคไม่มีค่าธรรมเนียมศาล; คดีล้มละลายต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่าย 5,000-30,000 บาท
- ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าทนาย ทำยังไง
- มีทางเลือก 3 ทาง: (1) legal aid ผ่านสภาทนายความ (สำหรับผู้มีรายได้น้อย) (2) unbundled services — จ้างเฉพาะบางส่วนของงาน เช่น ร่างคำฟ้องเท่านั้น (3) fee financing — ผ่อนค่าทนายเป็นเดือน (บางสำนักงาน); สำหรับคดีแรงงาน/ผู้บริโภคมี volunteer lawyer scheme
- e-Filing กับ e-Hearing ใช้ยังไง
- e-Filing ผ่านระบบ CIOS ของศาลยุติธรรม — ยื่นเอกสารได้ 24/7, ค่าฤชาลดลง 10-30%; e-Hearing (video conference) ใช้ในนัดพิจารณาทั่วไป, นัดไกล่เกลี่ย, และการเบิกความพยานที่อยู่ต่างจังหวัด/ต่างประเทศ; ต้องขออนุญาตศาลก่อน
ต้องการปรึกษาคดีของคุณ?
ปรึกษาเบื้องต้นฟรี 60 นาที · ทีมของเราตอบกลับใน 15 นาทีทุกช่องทาง — LINE, Email, โทรศัพท์
ติดต่อขอปรึกษาคดี





