Skip to content
ทีมทนาย Notary Public บริษัท Thai Notary Law & Service — ทนายผู้ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

ทีมทนายผู้ได้รับใบอนุญาต Notarial Services Attorney

ใบอนุญาตจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายอนุตรีย์ Miss Anutaree

    ทนายอนุตรีย์Miss Anutaree

    Notarial Services Attorney • Sworn Translator

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายจิรพันธ์ Mr. Jirapan

    ทนายจิรพันธ์Mr. Jirapan

    Notarial Services Attorney • Corporate Counsel

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายจิรศักดิ์ Mr. Jirasak

    ทนายจิรศักดิ์Mr. Jirasak

    Notarial Services Attorney • Litigation

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายปฏิภาณ Mr. Patipan

    ทนายปฏิภาณMr. Patipan

    Notarial Services Attorney • Immigration

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายวราวุธ Mr. Warawut

    ทนายวราวุธMr. Warawut

    Notarial Services Attorney • Real Estate

  • ใบอนุญาตทนายทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notary Public) ของ ทนายวิวัฒน์ Mr. Wiwat

    ทนายวิวัฒน์Mr. Wiwat

    Notarial Services Attorney • Family & Marriage

เลื่อนดูใบอนุญาตทั้งหมด →

Apostille เอกสารไทยไปสหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกา (United States) เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ส่วนประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคีโดยสมบูรณ์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ระหว่างนี้เอกสารไทยที่จะใช้ที่สหรัฐอเมริกายังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองสถานทูตปลายทางตามที่กำหนด หน่วยงานระดับรัฐปลายทางมักขอคำแปลอังกฤษพร้อมคำรับรองผู้แปล

ค่าบริการดำเนินการแทนสอบถามค่าบริการ (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราของกรมการกงสุล ค่าธรรมเนียมสถานทูตปลายทาง และค่าแปลรับรอง) กรณีเร่งด่วนมีค่าบริการเพิ่มตามกรอบเวลาที่ต้องการ

ข้อเท็จจริงเฉพาะของสหรัฐอเมริกา

หน่วยงานปลายทางที่รับเอกสารUSCIS · Social Security Administration · County Clerk ของรัฐปลายทาง · มหาวิทยาลัย/ WES
ภาษาของคำแปลอังกฤษ
ผู้แปลที่ปลายทางยอมรับcertified translation พร้อม Certificate of Accuracy ระบุชื่อ-ที่อยู่ผู้แปล (USCIS ไม่บังคับ notary)
ต้องทำอะไรเพิ่มจาก ApostilleUSCIS รับคำแปลแบบ certified โดยไม่ต้อง notarize แต่หน่วยงานระดับรัฐ เช่น DMV หรือศาลครอบครัวบางรัฐ ขอให้ผู้แปลลงนามต่อหน้า notary ของรัฐนั้น
อายุเอกสารที่ปลายทางมักกำหนดUSCIS มักขอสูติบัตร/ทะเบียนสมรสฉบับคัดใหม่ไม่เกิน 12 เดือน ส่วนใบรับรองโสดมักไม่เกิน 6 เดือน

งานที่ลูกค้ายื่นที่สหรัฐอเมริกาบ่อยที่สุด

  • ยื่นวีซ่าคู่สมรส I-130
  • ปรับสถานะ Green Card
  • เทียบวุฒิเข้ามหาวิทยาลัย
  • ขอ SSN ให้บุตร

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับจากสหรัฐอเมริกา

  • ชื่อในคำแปลใช้การถอดเสียงคนละแบบกับพาสปอร์ต ทำให้ USCIS ออก RFE
  • แปลเฉพาะหน้าแรก ไม่แปลตราประทับและข้อความหลังเอกสาร
  • ใช้สำเนาถ่ายที่ไม่มีลายมือชื่อนายทะเบียน จึงรับ Apostille ไม่ได้
  • ชื่อ-สกุลในคำแปลสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง (สาเหตุอันดับหนึ่ง)
  • ใช้สำเนาถ่ายเอกสารแทนฉบับคัดรับรองที่มีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่
  • ทำ Apostille เฉพาะต้นฉบับ แต่ลืมรับรองคำแปลไปพร้อมกัน
  • แกะแม็กซ์หรือเย็บชุดเอกสารใหม่ ทำให้ตราประทับคาบรอยต่อขาดจากกัน

ขั้นตอนสำหรับเอกสารไปสหรัฐอเมริกา

  1. ตรวจเอกสารต้นฉบับและออกคำแนะนำก่อนยื่น (ตรวจตราประทับ ลายมือชื่อผู้มีอำนาจ และอายุเอกสาร)
  2. คัดสำเนาใหม่จากหน่วยงานต้นทาง (อำเภอ/เขต ทะเบียนราษฎร สถานศึกษา หรือ DBD) หากเอกสารเก่าเกินเงื่อนไขปลายทาง
  3. แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง โดยผู้แปลที่กรมการกงสุลยอมรับ และรับรองคำแปลให้ครบทุกตราประทับ
  4. ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) หรือสาขาที่เปิดให้บริการ
  5. นำเอกสารที่ผ่านกรมการกงสุลไปรับรองที่สถานทูต/สถานกงสุลประเทศปลายทาง เฉพาะประเทศที่ยังกำหนด (ขั้นตอนนี้จะลดลงสำหรับประเทศภาคี หลังอนุสัญญามีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570)
  6. ตรวจความถูกต้องของตรารับรอง เลขทะเบียน และวันที่ ก่อนจัดส่งถึงมือคุณทั่วประเทศหรือส่งต่อไปต่างประเทศ

เอกสารที่ลูกค้ามักทำ Apostille ไปสหรัฐอเมริกา

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ประเทศไทยออกตรา Apostille ได้แล้วหรือยัง?

ยังไม่ได้ครับ ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ระหว่างนี้เอกสารไทยยังต้องใช้สายรับรองเดิม คือ ผู้ออกเอกสาร/Notary → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองสถานทูตปลายทางเฉพาะประเทศที่ยังกำหนด (อ้างอิง: HCCH และกรมการกงสุล)

เอกสารไทยที่จะใช้ในสหรัฐอเมริกา ตอนนี้ต้องรับรองอย่างไร?

ขณะนี้ต้องรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อน แล้วจึงนำไปรับรองที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทยตามที่ปลายทางกำหนด และเมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่มีตรา Apostille จะใช้ที่สหรัฐอเมริกาได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก — หน่วยงานระดับรัฐปลายทางมักขอคำแปลอังกฤษพร้อมคำรับรองผู้แปล

เตรียมเอกสารไปสหรัฐอเมริกา ใช้เวลากี่วัน?

ขั้นตอนกรมการกงสุลแบบปกติใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการนับจากได้รับเอกสารครบ หากรวมการคัดเอกสารใหม่ การแปลรับรอง และคิวรับรองของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ควรเผื่อรวม 7-14 วันทำการ ทั้งนี้ขึ้นกับคิวจริงของแต่ละหน่วยงาน

ต้องแปลเอกสารก่อนยื่นรับรองเพื่อใช้ที่สหรัฐอเมริกาไหม?

แนะนำให้แปลก่อนเสมอ เพราะการรับรองจะครอบคลุมลายมือชื่อผู้รับรองคำแปลด้วย ทำให้ต้นฉบับและคำแปลเดินเป็นชุดเดียวกันและลดโอกาสถูกตีกลับที่สหรัฐอเมริกา

ค่าใช้จ่ายในการรับรองเอกสารสำหรับสหรัฐอเมริกาเท่าไหร่?

ค่าบริการดำเนินการแทนสอบถามค่าบริการ (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการตามอัตราของกรมการกงสุล ค่าธรรมเนียมสถานทูตปลายทาง และค่าแปลรับรอง) กรณีเร่งด่วนมีค่าบริการเพิ่มตามกรอบเวลาที่ต้องการ

อยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่ที่สหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว ใช้บริการได้ไหม?

ได้ครับ เรารับมอบอำนาจดำเนินการแทนเต็มรูปแบบ รับ-ส่งเอกสารทางไปรษณีย์/EMS หรือขนส่งระหว่างประเทศ พร้อมแจ้งสถานะทุกขั้นตอนทาง LINE

ประเทศปลายทางอื่น

ปรึกษาทันที: 094-895-8999 · LINE @Thainotary · กลับหน้ารวม Apostille